สิ่งที่ท่านกังวลอยู่ตอนนี้
นั้นไม่แปลกหรอกครับ ผมก็เคยเป็น

ผมเชื่อว่าท่านให้ความสำคัญกับ
ความมั่นคงทางธุรกิจและอาชีพ
งานโรงแรมของท่าน

และมีความกังวลอยู่ไม่น้อยของเศรษฐกิจในประเทศ ต่างประเทศ

จนกระทั่งความมั่นคงทางการเมืองไม่ว่าเหตุการณ์จะมีอะไรเกิดขึ้น

ธุรกิจโรงแรมของท่านก็ยังคงต้องปรับตัวให้เท่าทันสถาณการณ์ต่อไป

เพราะการแข่งขันธุรกิจนั้นล้วนแต่ไม่มีวันหยุดหย่อน

ก่อนที่จะสายไปและท่านจะได้รับผลกระทบแสนสาหัสมากไปกว่านี้

ผมอยากจะเปิดเผยเล่าเคสสำคัญให้ท่านได้รับรู้ 

ผมได้เข้าไปให้คำปรึกษากับโรงแรมหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะโรงแรมขนาดเล็กๆ หรือ ห้าดาวเชนต่างประเทศก็ตาม

จึงได้เห็นเคสมาไม่น้อย ที่การตั้งราคาบนเว็บไซต์และ OTA (Agoxx, Bookxxx.com, Expexxx)จะขายคงที่ทุกวัน

หรือไม่ก็ปรับขึ้นตาม Occ.%ถ้าปรับตาม Occ.%  (Occ.% = อัตราการเข้าพัก)

ก็จะเหมือนผูกสูตรไว้เลยประมาณด้านล่างนี้ว่า

  • ถ้า Occ.% ถึง 30% จะตั้งราคาไว้ที่ 1,xxx
  • ถ้า Occ.% ถึง 50% จะตั้งราคาไว้ที่ 2,xxx
  • ถ้า Occ.% ถึง 70% จะตั้งราคาไว้ที่ 3,xxx
  • ถ้า Occ.% ถึง 90% จะตั้งราคาไว้ที่ 4,xxx

ท่านทำแบบด้านบนนี้อยู่หรือไม่?

เอาเข้าจริงแล้วมันก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีนะครับ

แต่ถ้าใช้มุมมองและวิธีการเพียงเท่านี้ ผมมองว่ามันจะดิบและมักง่ายไม่น้อยเลยครับ

ทำไมหน่ะหรือ ก็เพราะว่า

ถ้า Occ.% มันเพิ่มขึ้นจากการจองจาก Travel Agent หล่ะ

หรือ Occ.% มันเพิ่มขึ้นจากการจองของ กรุ๊ปประชุมสัมนา หล่ะ

ความเสียหายที่เกิดจากความมักง่ายแบบนี้บอกเลยครับว่าไม่น้อย 

มันจะเสียหายตรงไหนหล่ะ ก็ห้องมันขายได้เพิ่ม ห้องก็เหลือน้อยลง

ก็ไอ้ที่ขายได้ มันเป็นคนละกลุ่มคนกับคนที่ซื้อราคาที่รับจะปรับบนเว็บไม่ใช่เหรอครับ

ราคาของเดิมก็ยังขายไม่ได้ ยังจะปรับขึ้นให้มันขายยากขึ้นอีกเหรอ

หรือว่าคืนที่ขึ้นราคา มีเหตุการณ์ที่ทำให้คนแถวนั้นต้องการห้องพักเพิ่มจนหาที่อื่นไม่ได้แล้ว

ต้องมาพักกับเราที่นี่ที่เดียวอย่างนั้นเหรอ

เหล่าผู้บริหารโรงแรมก็มักจะถามผมต่อว่า “แล้วจะทำไงหล่ะ”

แต่พอผมได้บอกแนวทางให้ผู้บริหารได้ฟังแล้ว ต่างก็พยักหน้าและเห็นด้วยว่าแนวทางนี้มีเหตุมีผลและเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่า

ท่านก็คงไม่อยากให้เกิดเคสแบบนี้กับโรงแรมของท่านเช่นกัน

ถ้าอยากรู้ว่าเคสยอดนิยมนี้ ผมเสนอแนวทางไว้ยังไง ติดตามต่อครับ  

Scroll to Top
English ↗