Daily Hotel Intelligence
ตั๋วเครื่องบินแพงขึ้น 40% + ความขัดแย้งตะวันออกกลาง — Booking โรงแรมไทย Q2 ดิ่งหนักสุดในรอบ 3 ปี
|
BoydWee
|
HIGH IMPACT
ถ้าช่วงนี้คุณรู้สึกว่าโทรศัพท์ไม่ค่อยดัง จองเข้ามาน้อยผิดปกติ และยอด Pickup ที่ดูช้ากว่าทุกปี — นั่นไม่ใช่ความรู้สึก มันคือตัวเลขจริงที่กำลังบอกคุณอยู่
สองปัจจัยชนกันพอดีในช่วง Q2 ปีนี้ ปัจจัยแรกคือความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ ทำให้สายการบินหลายเส้นต้องอ้อมเส้นทาง บินไกลขึ้น น้ำมันแพงขึ้น และเอาค่าใช้จ่ายส่วนนั้นมาใส่ไว้ในราคาตั๋วของนักท่องเที่ยว บางเส้นทางราคาตั๋วพุ่งสูงถึง 40% เมื่อเทียบกับปีก่อน บางเส้นทางแพงกว่าเดิมถึง 200% ปัจจัยที่สองคือ Low Season ของไทยที่เริ่มส่งผลตั้งแต่พฤษภาคม ทั้งสองอย่างเจอกันพร้อมกัน ผลคือนักท่องเที่ยวต่างชาติ Q2 คาดว่าจะหายไปถึง 9.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน
สิ่งที่น่ากังวลกว่าตัวเลขคือ การลดลงนี้ไม่ได้แพร่กระจายเท่ากันทุกพื้นที่ โรงแรมระดับกลางและระดับประหยัดโดนหนักที่สุด เพราะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ sensitive กับราคาตั๋วคือกลุ่มเดียวกับลูกค้าหลักของพวกเขา ขณะที่ระดับ Luxury ยังพอทรงตัวได้
โรงแรมในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และพัทยาโดนก่อนใคร เพราะพึ่งพานักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง ยุโรป และกลุ่มที่บินผ่านฮับในอ่าวเปอร์เซียเป็นหลัก โรงแรมภูเก็ตยังพอมีนักท่องเที่ยวรัสเซียและสแกนดิเนเวียชดเชย แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะปิดช่องว่างได้หมด สิ่งที่เกิดขึ้นคือ Demand หายไป แต่ Supply ห้องพักยังเพิ่มขึ้นตามแผนที่วางไว้ก่อนหน้า — นั่นคือแรงกดดันสองทางที่กระทบ RevPAR โดยตรง
ทบทวน Rate Floor ของคุณทันที — อย่าปล่อยให้ระบบ Auto-Price ลากราคาลงต่ำกว่าจุดที่ยังทำกำไรได้ และเริ่มดึง Segment ในประเทศและ MICE เข้ามาเสริม เพราะ Domestic Demand ยังแข็งแกร่งกว่า Inbound ในตอนนี้อย่างชัดเจน
โรงแรม 150 ห้อง ปีที่แล้ว Q2 Occupancy เฉลี่ย 68% ADR 2,800 บาท = รายได้ห้องพัก/เดือนประมาณ 8.6 ล้านบาท ปีนี้ถ้า Occupancy ร่วงมาเหลือ 58% (ลง 10 จุด) และ ADR ถูกกดลงเหลือ 2,500 บาท รายได้เหลือ 6.97 ล้านบาท นั่นคือหายไปเดือนละ 1.63 ล้านบาท หรือเกือบ 5 ล้านบาทตลอด 3 เดือน Low Season แค่ประเมินตัวเลขนี้ก็รู้แล้วว่าต้องรีบวางแผนแค่ไหน


