ถ้าคุณบริหารโรงแรมในพัทยา ชลบุรี หรือภาคตะวันออก ข่าวนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขสถิติ — มันคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในห้องแผนกต้อนรับของคุณตอนนี้ สมาคมโรงแรมสาขาภาคตะวันออกได้เข้าพบรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาอย่างเร่งด่วน เพื่อขอมาตรการฉุกเฉินรับมือกับ Demand ที่พังทลายในช่วง Low Season ปีนี้ คาดการณ์ Occupancy เดือนพฤษภาคม-มิถุนายนของโรงแรมในพัทยาอยู่ที่เพียง 30-40% เท่านั้น เทียบกับระดับปกติที่ 60-70% ซึ่งหมายถึงรายได้หายไปเกือบครึ่งในชั่วข้ามคืน
สาเหตุที่ผู้ประกอบการยกมาฟ้องรัฐบาลนั้นฟังดูคุ้นหูมาก ทั้งสงครามตะวันออกกลางที่ทำให้สายการบินต้องบินอ้อมทำให้ต้นทุนน้ำมันพุ่งขึ้น 2 เท่า ค่าตั๋วเครื่องบินจากยุโรปและตะวันออกกลางที่แพงขึ้นจนนักท่องเที่ยวเลือกไม่มา และกำลังซื้อลูกค้าในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ข้อเสนอหลักที่ยื่นต่อรัฐบาลคือการฟื้นโครงการ Thai Teaw Thai Plus (อุดหนุนตั๋วเครื่องบินในประเทศ 40%) และปรับนโยบาย Work From Anywhere ให้ยืดหยุ่นขึ้น เพื่อกระตุ้น Domestic Long-Stay ที่จะช่วยเติม Occupancy ในช่วง Weekday ที่ว่างเปล่า
มุมมองของ BoydWee: การล็อบบี้รัฐบาลเป็นสัญญาณที่ดีในแง่ว่าอุตสาหกรรมกำลังรวมพลัง แต่ในทางปฏิบัติ มาตรการจากรัฐใช้เวลาอย่างน้อย 60-90 วันกว่าจะ Deploy ได้จริง ซึ่งหมายความว่า Low Season ครึ่งแรก (พฤษภาคม-มิถุนายน) โรงแรมต้องพึ่งตัวเองก่อน การรอรับเงินอุดหนุนโดยไม่ปรับ Rate Strategy และ Channel Mix อาจทำให้คุณพลาด Occupancy ที่ยังพอจะมีอยู่ไป
🏨 โรงแรมกลุ่มไหนโดนผลกระทบหนักที่สุด?
โรงแรมระดับ Midscale และ Budget ในพัทยา พัทยาใต้ นาจอมเทียน และชลบุรีโดยรวมถือว่าอยู่ในสถานการณ์วิกฤตที่สุด เนื่องจากพึ่งลูกค้ายุโรปและรัสเซียเป็นหลักในช่วง High Season และไม่มี Corporate Segment หรือ MICE Buffer ช่วยพยุงใน Low Season ส่วนโรงแรม Resort ระดับ Luxury ที่มีฐาน Membership และ Repeat Guest ที่หลากหลาย (จีน ญี่ปุ่น ตะวันออกกลาง) จะพอผ่านได้ดีกว่า แต่ก็ไม่รอด 100%
⚡ BoydWee แนะนำ Action Required สัปดาห์นี้
อย่ารอรัฐบาล — เปิด Domestic Staycation Package ทันที โดยเน้นตลาด Bangkok Weekend Drive ผ่านช่องทาง Line OA, Facebook Ads และ Agoda Promotions (ที่ให้ลดพิเศษเฉพาะ Direct Booking บน App) กำหนด Minimum Stay 2 คืน เพื่อ Dilution ADR น้อยที่สุด และเพิ่ม Value Add เช่น Breakfast Free หรือ Late Checkout แทนการลดราคาตรงๆ ซึ่งจะกระทบ Rate Anchor ในระยะยาว ก้าวแรกที่ทำได้ภายใน 48 ชั่วโมงคือ Update ห้องพักใน OTA ทุก Platform ให้มี Package ชัดเจนที่แตกต่างจาก BAR Rate ปกติ
📊 BoydWee ชวนคิดเป็นตัวเลข
สมมติโรงแรมในพัทยา 200 ห้อง ADR 2,500 บาท ในสภาวะปกติ Occ 65% = รายได้ห้องพักเดือนละ 9.75 ล้านบาท แต่ถ้า Occ ตกเหลือ 35% = รายได้เหลือแค่ 5.25 ล้านบาท หายไป 4.5 ล้านบาทต่อเดือน หรือเกือบ 50% ถ้าสามารถดึง Domestic Weekend กลับมาได้แค่ 10 ห้องต่อคืน เฉพาะวันศุกร์-อาทิตย์ (8 สุดสัปดาห์/เดือน = 160 ห้องคืน) นั่นคือรายได้เพิ่มอีก 400,000 บาท หรือประมาณ 9% ของ Revenue Gap — ไม่ใช่ทางออกทั้งหมด แต่เป็นก้าวแรกที่ควบคุมได้โดยไม่ต้องรอนโยบายรัฐ

