ทหารเรือสหรัฐ 5,120 นายเทียบท่าภูเก็ต 5-10 ต.ค. เงินสะพัดร้อยล้าน แต่ค่าห้องพักอาจไม่ถึง 1 ใน 10
ทำไมตัวเลข 5,000 นายในพาดหัวถึงไม่ใช่ตัวเลขที่ Revenue Manager ควรใช้ตั้งราคา — และเงินส่วนใหญ่ของรอบพัทยาไหลไปที่ไหนนอกจากห้องพัก
- ประชาชาติธุรกิจและ Nation Thailand (29 กันยายน 2569) รายงานว่าเรือบรรทุกเครื่องบินและเรือพิฆาตของสหรัฐรวม 2 ลำ พร้อมกำลังพลราว 5,120 นาย จะเทียบท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตวันที่ 5-10 ตุลาคม ส่วนข่าวสดฉบับภาษาอังกฤษระบุ 4-9 ตุลาคม
- รอบพัทยาเมื่อ 2-6 กันยายน 2569 กำลังพลทยอยขึ้นฝั่ง บางส่วนพักบนเรือ มีเวลากลับ 02.00 น. และใช้จ่ายราว 100-150 เหรียญต่อคนต่อวัน เงินส่วนใหญ่จึงไปที่อาหาร เครื่องดื่ม และบริการ ไม่ใช่ห้องพัก
- แปลงพาดหัวเป็นห้องต่อคืนก่อนตั้งราคา และเตรียม F&B กับบริการช่วงเย็นถึงดึกก่อนขยับราคาห้อง
ประชาชาติธุรกิจรายงานเมื่อเย็นวันที่ 29 กันยายน 2569 ว่า พ.ต.อ.กรกฤช ขันธ์เครือ ผู้กำกับการ สภ.ป่าตอง ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐว่าเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส จอร์จ เอช.ดับเบิลยู. บุช พร้อมกำลังพลราว 4,800 นาย และเรือพิฆาตยูเอสเอส เดลเบิร์ต ดี. แบล็ก อีกราว 320 นาย จะเทียบท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตระหว่างวันที่ 5-10 ตุลาคม Nation Thailand รายงานตรงกัน ขณะที่ข่าวสดฉบับภาษาอังกฤษระบุเป็นวันที่ 4-9 ตุลาคม
พาดหัวทุกสำนักใช้ตัวเลขเดียวกัน คือ “กว่า 5,000 นาย” ผมว่าตัวเลขนี้ถูก แต่ถ้าเจ้าของโรงแรมในป่าตองเอาไปตั้งราคาห้องตรง ๆ จะพลาดเป้า เพราะเราเพิ่งมีรอบซ้อมให้ดูเมื่อเดือนก่อนที่พัทยา และรอบนั้นบอกอะไรที่พาดหัวไม่ได้บอก
▍กำลังพล 5,120 นายแปลงเป็นห้องพักได้กี่ห้องต่อคืน?
น้อยกว่าที่คิดมาก ลองดูรอบเรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ที่เทียบท่าแหลมฉบังระหว่างวันที่ 2-6 กันยายน 2569 ซึ่งมีกำลังพลใกล้เคียงกันคือราว 5,000 นาย
Thai PBS รายงานว่ากำลังพลไม่ได้ขึ้นฝั่งพร้อมกันทั้งหมด แต่ทยอยขึ้นเป็นรอบตามการจัดการของกองทัพ บางส่วนเข้าพักโรงแรม บางส่วนเลือกพักบนเรือ และมีข้อกำหนดให้อยู่ในพื้นที่ได้ถึง 02.00 น. ของแต่ละวัน ส่วนไทยโพสต์รายงานว่านายกเมืองพัทยาประเมินการใช้จ่ายไว้ที่ราว 100-150 เหรียญต่อคนต่อวัน และคาดว่าเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทตลอดรอบนั้น
ตัวเลข 100-150 เหรียญต่อวันนี่แหละที่น่าสนใจ ถ้าคนส่วนใหญ่นอนโรงแรมทุกคืน ค่าห้องอย่างเดียวก็กินไปเกือบหมดแล้ว แปลว่าเงินส่วนใหญ่ไม่ได้ไปที่ห้องพัก แต่ไปที่อาหาร เครื่องดื่ม การเดินทาง สปา และร้านค้าในย่านที่เดินถึงได้ก่อนเวลากลับเรือ
💡 BoydWee เห็นว่า — เงินร้อยล้านไม่ได้แปลว่าห้องเต็ม
เอาตรง ๆ พาดหัวแบบ “5,000 นาย” กับ “เงินสะพัดร้อยล้าน” ถูกต้องทั้งคู่ แต่มันตอบคำถามของเมือง ไม่ได้ตอบคำถามของโรงแรม เมืองอยากรู้ว่าเงินเข้ามาเท่าไร โรงแรมต้องรู้ว่ามีกี่ห้องต่อคืน อยู่ย่านไหน และจองผ่านช่องทางไหน
ผมว่ากลุ่มนี้คือตัวอย่างชัดของ demand ที่รายได้นอกห้องพักใหญ่กว่ารายได้ห้องพัก โรงแรมที่มีบาร์ ห้องอาหาร หรือจุดบริการเปิดถึงดึกในป่าตองได้ประโยชน์มากกว่าโรงแรมที่ขายห้องอย่างเดียว ถ้าจะลงแรงเตรียม ผมจะลงที่คนกับของในแผนก F&B ก่อนจะไปแตะราคาห้อง
แกะพาดหัวเป็นห้องต่อคืน — scenario สำหรับภูเก็ต
ตัวเลขกำลังพลและวันที่มาจากข่าว ตัวเลขใช้จ่ายต่อวันเป็นตัวเลขที่นายกเมืองพัทยาใช้ประเมินรอบเดือนกันยายน ไม่ใช่ตัวเลขสำหรับภูเก็ต อัตราแลกเปลี่ยนใช้อัตราเปิดตลาดวันที่ 30 กันยายน 2569 ส่วนสัดส่วนที่นอนบนฝั่ง จำนวนคนต่อห้อง และ ADR เป็นสมมติฐานทั้งหมด ไม่มีสำนักไหนรายงานไว้ ตารางนี้จึงเป็น scenario ไม่ใช่ประมาณการที่ยืนยันได้ สิ่งที่ตารางบอกคือขนาดเทียบกัน ไม่ใช่ตัวเลขที่ต้องเกิดจริง ให้แทนสัดส่วนด้วยข้อมูลจริงเมื่อมี
▍ใครกระทบ และกระทบเมื่อไหร่
⏱ 5-10 ตุลาคม: โรงแรมป่าตองควรขึ้นราคาช่วงเรือเทียบท่าไหม?
ขึ้นได้ แต่ขึ้นตามการจองจริง ไม่ใช่ขึ้นจากพาดหัว ห้องหลายร้อยห้องต่อคืนมีผลชัดกับโรงแรมจำนวนหนึ่งในป่าตองที่อยู่ในระยะเดินถึงย่านบันเทิง ไม่ใช่ทั้งเกาะ และช่วงนี้ยังซ้อนกับปลาย Golden Week วันที่ 5-7 ตุลาคม ซึ่งโรงแรมบางแห่งมีการจองของตลาดจีนอยู่แล้ว อีกเรื่องที่ควรคิดคือรอบพัทยามีการประกาศตรวจสอบราคาไม่ให้โก่งราคา การขึ้นราคาแรงโดยไม่มีการจองรองรับจึงเสี่ยงทั้งห้องว่างและภาพลักษณ์
📅 3-6 เดือน: ควรเก็บเหตุการณ์แบบนี้ไว้ในปฏิทิน demand อย่างไร?
บันทึกเป็นเหตุการณ์ที่มีผลต่อห้องพักน้อยแต่มีผลต่อรายได้นอกห้องพักมาก แยกเป้าหมายเป็น 2 เส้น คือห้องพักกับ F&B และบริการอื่น แล้ววัดผลจริงหลังจบว่าแต่ละเส้นได้เท่าไร ตัวเลขนี้จะใช้ได้ทันทีเมื่อมีเรือลำถัดไปหรือเหตุการณ์คล้ายกัน ภายในเดือนเดียวไทยรับเรือแบบนี้มาแล้ว 2 รอบ
🔭 1-3 ปี: โรงแรมที่รับเหตุการณ์ชั่วคราวบ่อยควรวัดผลด้วยอะไร?
ควรวัดด้วย TRevPAR (Total Revenue per Available Room — รายได้ทุกแผนกหารด้วยห้องที่มีขาย) ไม่ใช่ RevPAR อย่างเดียว เพราะกลุ่มผู้มาเยือนระยะสั้นแบบนี้ใช้จ่ายนอกห้องพักเป็นหลัก โรงแรมที่วัดแค่ห้องพักจะมองไม่เห็นว่าเหตุการณ์ไหนคุ้มที่จะเตรียมคนและของรับ
⚡ ประโยชน์สำหรับโรงแรมไทย — Action 3 ขั้น เริ่มได้สัปดาห์นี้
- Audit: ยืนยันวันที่และพื้นที่ก่อนทำอะไร — สื่อยังรายงานวันไม่ตรงกัน บางแหล่งระบุ 4-9 ตุลาคม บางแหล่งระบุ 5-10 ตุลาคม ให้ยืนยันกับสมาคมโรงแรมหรือหน่วยงานในพื้นที่ แล้วดูว่าโรงแรมอยู่ในรัศมีที่กำลังพลเดินทางถึงได้ก่อนเวลา 02.00 น. หรือไม่
- Match: แปลงตัวเลขเป็นห้องต่อคืนด้วย 3 ตัวกรอง — สัดส่วนที่นอนบนฝั่ง จำนวนคนต่อห้อง และส่วนแบ่งของโรงแรมในพื้นที่นั้น คูณออกมาเป็นห้องต่อคืน แล้วตั้งราคาจากตัวเลขนี้ ไม่ใช่จากจำนวนกำลังพลรวม
- Trial: เตรียม F&B และบริการก่อน แล้วค่อยขยับราคาห้องตามการจองจริง — จัดคนและของให้พร้อมที่บาร์ ห้องอาหาร และจุดบริการช่วงเย็นถึงดึก ส่วนราคาห้องให้ขยับเป็นขั้นเมื่อเห็นการจองเข้ามาจริง หลังจบให้บันทึกรายได้แยกห้องพักกับนอกห้องพัก
ทั้ง 3 ขั้นใช้ข้อมูลจากข่าว PMS และ POS ที่โรงแรมมีอยู่แล้ว ไม่ต้องซื้อระบบเพิ่ม
▍คุณกำลังขายอะไรให้กลุ่มนี้
ถ้าคุณเป็น GM ในป่าตอง คำถามสัปดาห์นี้ไม่ใช่ “จะขึ้นราคาห้องกี่เปอร์เซ็นต์” แต่คือ “เงินที่เข้ามา 6 วันนี้ โรงแรมเราอยู่ตรงไหนของเส้นทางใช้จ่าย” ถ้าอยู่แค่ที่ห้องพัก ส่วนแบ่งที่ได้อาจเล็กกว่าที่คิด
ผมอยากรู้ว่าหลังวันที่ 10 ตุลาคม ตัวเลขจริงของโรงแรมในป่าตองจะออกมาเป็นแบบไหน ห้องพักขึ้นแค่ไหน และ F&B ขึ้นแค่ไหน ถ้ามีใครเก็บไว้ นั่นคือข้อมูลที่ใช้ได้กับเรือลำถัดไปทันที
ข้อมูลประกอบ: Two US warships to bring over 5,000 personnel to Phuket in October — Nation Thailand () · US aircraft carrier, destroyer to bring 5,000 sailors to Phuket — Khaosod English () · ทหารสหรัฐฯ 5 พันนาย แบ่งกำลังท่องเที่ยวเมืองพัทยา — Thai PBS () · ลุ้นเงินสะพัด 100 ล้านบาท! ทหารเรือสหรัฐฯ เข้าพักเมืองพัทยาแล้ว — ไทยโพสต์ ()
ถ้ากำลังคิดว่าจะเตรียมรับกลุ่มนี้ที่ห้องพักหรือที่ F&B ก่อน — ทักมาคุยกันได้เลย

