รัฐบาลไทยเร่งประชุม Q2 ท่องเที่ยว: เล็งปรับนโยบาย Visa-on-Arrival และมาตรการรับมือ Airfare พุ่ง 200%
เมื่อตลาดเจ็บปวดถึงระดับที่สมาคมโรงแรมต้องเขียนจดหมายถึงรัฐบาล นั่นคือสัญญาณที่บอกว่าไม่ใช่แค่วิกฤตตามฤดูกาลธรรมดาอีกต่อไป — Q2 2026 กำลังทดสอบขีดจำกัดของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างจริงจัง
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย TAT กำลังเร่งพิจารณามาตรการฉุกเฉิน โดยมี 3 แนวทางที่อยู่ระหว่างหารือ: (1) ขยายรายการประเทศ Visa-Free หรือ Visa-on-Arrival เพื่อดึงตลาดใหม่, (2) ประสานสายการบินเปิดเส้นทาง direct flight ทดแทนเส้นทางผ่านตะวันออกกลาง, และ (3) มาตรการกระตุ้น domestic tourism ช่วง long weekend ที่เหลือในไตรมาสนี้
ตัวปัญหาหลักที่รัฐบาลควบคุมได้ยากที่สุดคือค่าตั๋วบินระหว่างประเทศที่พุ่งสูงถึง 200% สำหรับเส้นทาง Middle East-Europe บางเส้น ทำให้นักท่องเที่ยวยุโรปที่เคยบินผ่านดูไบต้องจ่ายแพงขึ้นมาก — ตัวเลือกในการ “ช่วยเรื่องราคาตั๋ว” นั้นรัฐบาลทำได้จำกัดมาก
🎯 มาตรการรัฐที่จะกระทบโรงแรมมากที่สุด
ถ้ามาตรการ Visa-Free สำหรับตลาดใหม่ผ่านได้จริง โรงแรมในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่จะได้ประโยชน์ทันทีจาก Middle East และ South Asia ขณะที่โรงแรมชายทะเลจะยังคงรอนักท่องเที่ยวยุโรปซึ่งเป็นปัจจัยที่ยากจะแก้ระยะสั้น
สำหรับมาตรการกระตุ้น domestic: ถ้ารัฐออก travel voucher หรือ cashback ซ้ำอีก โรงแรมควรเตรียม package รองรับล่วงหน้า เพราะช่วง promotion จะสั้นมากและคู่แข่งจะแห่กันทำพร้อมกัน
⚡ Action ที่ควรทำสัปดาห์นี้
ติดตามประกาศจากกระทรวงการท่องเที่ยวฯ และ TAT อย่างใกล้ชิด และเตรียม template โปรโมชันที่สามารถ activate ได้ภายใน 24-48 ชั่วโมงเมื่อมาตรการประกาศออกมา เพราะโรงแรมที่ออก deal เร็วกว่าจะได้ traffic ก่อนคู่แข่ง
📊 ตัวอย่างที่คำนวณได้เลย
ในปี 2564 ช่วง We Travel Together Phase 3 โรงแรมที่ activate package ภายใน 48 ชั่วโมงแรกได้ booking rate สูงกว่าโรงแรมที่รอ 1 สัปดาห์ถึง 3-4 เท่า เพราะ demand พีคใน 72 ชั่วโมงแรกหลังประกาศ — ประสบการณ์นี้ใช้ได้กับทุกมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวที่จะออกมาในอนาคต

