Site icon ไม่มีใครสอน กูสอน-การตลาดโรงแรมยุคใหม่ Drive ด้วย Data

RevPAR คืออะไร: ตัวเลขเดียวที่เฉลยว่า occupancy 90% อาจทำเงินน้อยกว่า 70%

A man in a navy jacket and yellow shirt stands against a red gradient background with text: Occupancy 90, อาจแพ้ 70 and Keyword Series: KPI, by BoydWee. Additional small text is in Thai.

GUSORNHAI
Hotel Revenue Management · KPI
Revenue Management · KPI

RevPAR คืออะไร: ตัวเลขเดียวที่เฉลยว่า Occupancy 90% อาจทำเงินน้อยกว่า 70%

RevPAR คือมาตรวัดที่รวม “ราคา” กับ “อัตราเข้าพัก” ไว้ในเลขเดียว — ตัวที่บอกว่าคุณกำลังทำกำไร หรือแค่ทำให้ห้องเต็ม

คำตอบสั้น

RevPAR (Revenue Per Available Room) คือรายได้ห้องพักเฉลี่ยต่อห้องที่มีให้ขายทั้งหมด คำนวณได้ 2 ทาง: (1) Occupancy % × ADR หรือ (2) รายได้ห้องพักทั้งหมด ÷ จำนวนห้องที่มีขายทั้งหมด จุดเด่นคือเป็นตัวเลขเดียวที่รวมทั้งราคา (ADR) และอัตราเข้าพัก (Occupancy) เข้าด้วยกัน

ลองตอบในใจ: โรงแรม A ทำ Occupancy 90% กับโรงแรม B ทำ Occupancy 70% — โรงแรมไหนทำเงินต่อห้องได้มากกว่า?

ถ้าตอบ A คุณกำลังตกหลุมที่ผู้บริหารโรงแรมจำนวนไม่น้อยตกกัน เพราะ Occupancy 90% ฟังดูน่าภูมิใจ ห้องเกือบเต็มทุกคืน แต่ตัวเลขนี้บอกแค่ “ห้องเต็มแค่ไหน” ไม่ได้บอก “แต่ละห้องทำเงินได้เท่าไหร่” — และนี่คือเหตุผลที่ RevPAR ถึงสำคัญ มันคือตัวที่เฉลยความจริงที่ Occupancy อย่างเดียวซ่อนไว้

RevPAR คืออะไร และคำนวณยังไง

RevPAR ย่อมาจาก Revenue Per Available Room — รายได้ห้องพักเฉลี่ยต่อห้องที่ “มีให้ขาย” ทั้งหมด คำว่า available สำคัญมาก เพราะตัวหารคือจำนวนห้องทั้งหมดที่เปิดขาย ไม่ใช่เฉพาะห้องที่ขายได้ คำนวณได้ 2 ทาง ให้ผลเท่ากันเสมอ:

RevPAR = Occupancy % × ADR = รายได้ห้องพัก ÷ ห้องที่มีขายทั้งหมด

เหตุผลที่ทั้งสองวิธีตรงกัน: ADR คือรายได้ต่อห้องที่ “ขายได้” ส่วน Occupancy คือสัดส่วนห้องที่ขายได้เทียบกับห้องทั้งหมด พอคูณกันจึงเฉลี่ยรายได้ลงบนห้องทุกห้องที่เปิดขาย รวมห้องว่างด้วย จุดที่ทำให้ RevPAR ทรงพลังคือ มันเป็นตัวเลขเดียวที่รวมทั้ง ราคา (ADR) และ อัตราเข้าพัก (Occupancy) — ดูอย่างใดอย่างหนึ่งจะหลอกตาเสมอ

กลับมาที่คำถามเปิด — ตัวอย่างที่เฉลยทุกอย่าง

โรงแรม Occupancy ADR RevPAR
A 90% 1,200 1,080
B 70% 1,800 1,260

ตัวอย่างประกอบ ปรับตามจริง — โรงแรม B ทำเงินต่อห้องที่มีให้ขายมากกว่า 180 บาท ทั้งที่ Occupancy ต่ำกว่า 20 จุด

เหตุผลตรงไปตรงมา: A ขายห้องได้เยอะกว่า แต่ขายราคาต่ำกว่ามาก พอเฉลี่ยลงทุกห้องที่เปิดขาย ตัวเลขสุดท้ายจึงแพ้ B ที่ขายน้อยกว่าแต่ได้ราคาดีกว่า นี่คือบทเรียนที่ตัวเลขเดียวสอนได้ ในขณะที่ Occupancy 90% เล่าเรื่องผิดทั้งเรื่อง

กับดักที่ตามมา: ไล่ Occupancy ด้วยการลดราคา

เมื่อ Occupancy ดูไม่สวย ทางออกแรกที่มักผุดขึ้นคือ “ลดราคาสิ ห้องจะได้เต็ม” และมันได้ผลจริง — Occupancy ขึ้น แต่ RevPAR อาจตกพร้อมกัน เพราะถ้าลดราคา 25% เพื่อดึง Occupancy ขึ้น 15% เลขที่หายจากฝั่งราคามากกว่าเลขที่ได้เพิ่มจากห้องที่ขายได้ ผลคูณสุดท้ายจึงติดลบ — ยุ่งขึ้น ต้นทุนต่อห้องสูงขึ้น แต่รายได้ต่อห้องที่มีกลับน้อยลง RevPAR คือตัวที่จับการ “ขายตัวเองถูก” แบบนี้ได้ก่อนงบสิ้นเดือนจะเฉลย

แล้ว RevPAR ที่ดีควรเท่าไหร่

คำถามนี้ตอบยากกว่าที่คิด เพราะ ไม่มีเลขตายตัว RevPAR 1,260 อาจดีมากสำหรับโรงแรมหนึ่ง แต่ต่ำไปสำหรับอีกโรงแรมในทำเล/ระดับเดียวกัน วิธีที่ถูกคือเทียบกับ comp set ผ่านดัชนี RGI (Revenue Generation Index) ที่บอกว่า RevPAR ของคุณเทียบตลาดสูงหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ย — ดู RevPAR ลอยๆ โดยไม่มีจุดเทียบ บอกได้แค่ครึ่งเดียว

เริ่มจากตัวเลขเดียวนี้ก่อน

ถ้าวันนี้คุณยังตัดสินผลงานห้องพักด้วย Occupancy เป็นหลัก ลองดึงรายได้ห้องพักเดือนล่าสุดมาหารด้วยจำนวนห้องคูณจำนวนคืน แล้วดู RevPAR ของตัวเองสักครั้ง คุณอาจเห็นเรื่องที่ Occupancy ไม่เคยเล่าให้ฟัง

เราไม่ต้องเก่ง revenue management ทุกเรื่องในวันเดียว แต่เริ่มอ่านตัวเลขให้ถูกตัว คือก้าวแรกที่คุ้มที่สุด

ลองคำนวณ RevPAR ของโรงแรมคุณดู — ถ้าได้ตัวเลขที่ทำให้ “เอ๊ะ” คอมเมนต์มาเล่าได้ · เซฟบทความนี้ส่งให้ทีม revenue คุยกันรอบหน้า

คำถามที่พบบ่อย

RevPAR กับ ADR ต่างกันยังไง?
ADR คือรายได้เฉลี่ยต่อห้องที่ “ขายได้” ส่วน RevPAR คือรายได้เฉลี่ยต่อห้องที่ “มีให้ขายทั้งหมด” รวมห้องว่างด้วย ADR ดูแค่ราคา แต่ RevPAR รวมทั้งราคาและอัตราเข้าพัก สะท้อนผลงานจริงครบกว่า
RevPAR ที่ดีควรเท่าไหร่?
ไม่มีเลขตายตัว ขึ้นกับทำเล ระดับโรงแรม และฤดูกาล วิธีที่ถูกคือเทียบกับ comp set ผ่านดัชนี RGI ไม่ใช่ดูตัวเลขลอยๆ
ทำไม Occupancy สูงแต่ RevPAR อาจต่ำ?
เพราะ Occupancy บอกแค่สัดส่วนห้องที่ขายได้ ไม่ได้บอกราคา ถ้าดัน Occupancy ด้วยการลดราคามากไป รายได้ที่หายจากฝั่งราคาอาจมากกว่าที่ได้เพิ่ม ทำให้ RevPAR ตกแม้ห้องเต็มขึ้น
หมายเหตุ: ตัวเลขในบทความ (ADR/Occupancy/RevPAR ในตัวอย่าง) เป็นตัวอย่างประกอบเพื่อสาธิตวิธีคิด ปรับตามข้อมูลจริงของโรงแรมคุณ
GUSORNHAI · Hotel Revenue Management
Spread the love
Exit mobile version