สมมติว่าคุณกำลังวางแผนเที่ยวไทยช่วงสิ้นปี แล้วเช้าวันหนึ่งเปิดหน้าจองตั๋วเครื่องบินขึ้นมา แล้วพบว่าราคาบินขาออกจากสนามบินไทยแพงขึ้นอีก 390 บาทต่อเที่ยว โดยไม่มีคำอธิบายชัดเจน นั่นคือสิ่งที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกจะเจอหลัง 20 มิถุนายน 2569 เมื่อ Airports of Thailand (AOT) ยืนยันปรับ International Passenger Service Charge (PSC) จาก 730 บาทเป็น 1,120 บาท — เพิ่มขึ้นถึง 53% ในคราวเดียว
ค่า PSC นี้ไม่ได้เก็บจากโรงแรม แต่เก็บจากผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศโดยตรงผ่านราคาตั๋ว สายการบินอย่าง Thai Airways, Singapore Airlines, Emirates จะ pass on ต้นทุนนี้เข้าไปในราคาตั๋วทันที ซึ่งแปลว่าเที่ยวบินจากยุโรป ออสเตรเลีย หรือตะวันออกกลางที่แวะผ่านไทยแพงขึ้น และสำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังชั่งน้ำหนักระหว่างไทย vs บาหลี vs ญี่ปุ่น ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นนี้คือปัจจัยที่ทำให้สมดุลเอียงออกจากไทย ในมุมมองของ BoydWee นี่คือ “Tax on Demand” ที่จะเพิ่มแรงกดดันบน Forward Booking ช่วง Q3-Q4 ที่ตลาดยุโรปและออสเตรเลียกำลังพิจารณาแผนปลายปีอยู่พอดี
AOT อธิบายว่ารายได้จาก PSC ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 10 พันล้านบาทต่อปีนั้นจะนำไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสนามบิน ซึ่งในระยะยาวอาจเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม แต่ในระยะสั้น 6-12 เดือนข้างหน้า ผลกระทบตรงคือต้นทุนการเดินทางมาไทยแพงขึ้น ในช่วงที่อุตสาหกรรมโรงแรมไทยกำลังแบกรับ Low Season อยู่แล้ว
🏨 โรงแรมไทยได้รับผลกระทบอย่างไร?
โรงแรมที่พึ่งพา Long-haul Markets อย่างยุโรป ออสเตรเลีย และตะวันออกกลางจะได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะโรงแรมในภูเก็ต สมุย กระบี่ และเชียงใหม่ที่ ADR สูงและ Guest Profile เป็น European/Australian Families ที่ Booking Window ยาว 60-90 วัน สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ Forward Booking สำหรับ High Season พฤศจิกายน-มกราคม ที่กำลังอยู่ในช่วงเปิด Booking ตอนนี้ — ต้นทุนตั๋วที่แพงขึ้นอาจทำให้ Booking Window หดสั้นลง หรือเปลี่ยน Destination ไปเลย โรงแรมใน Bangkok ที่พึ่งพา Transit Travelers ก็จะเห็นผลกระทบเช่นกัน เนื่องจาก Stopover Packages จะมีต้นทุนรวมสูงขึ้น
⚡ BoydWee แนะนำ Action Required สัปดาห์นี้
BoydWee แนะนำให้ทำทันทีคือดูว่า Rate Strategy สำหรับ Q4 2026 (ต.ค.-ธ.ค.) ของคุณ assume Demand Level ไว้ที่เท่าไหร่ — ถ้ายังใช้ตัวเลข 2025 เป็น base ต้องปรับ Demand Assumption ลง 5-10% สำหรับตลาด Long-haul แล้วทำ Scenario Planning ว่าถ้า Occupancy ลด 5 จุดจาก Forecast จะ hold Rate ได้ไหม หรือต้องปรับ BAR Strategy อย่างไร อย่ารอให้ถึงกันยายนแล้วค่อยตื่น
📊 BoydWee ชวนคิดเป็นตัวเลข
โรงแรม Phuket 200 ห้อง ที่มี High Season ADR ฿6,000 และ Occ 80% → Revenue ต่อเดือน ≈ ฿28.8M ถ้า Long-haul Demand ลด 8% ทำให้ Occ ลงมาที่ 72% โดย ADR ยังคงเดิม → Revenue เหลือ ฿25.9M หายไป ฿2.9M ต่อเดือน หรือ ฿8.7M ต่อ Q4 ทั้ง Quarter แต่ถ้า Revenue Manager ตัดสินใจ hold Occ 80% ด้วยการลด ADR 8% → ADR ลงมาที่ ฿5,520 → Revenue เท่ากัน ฿26.5M แต่เสียค่า Rate Integrity ไปตลอด นี่คือทางแยกที่โรงแรมต้องตัดสินใจก่อนที่ตลาดจะรู้สึก

