Site icon ไม่มีใครสอน กูสอน-การตลาดโรงแรมยุคใหม่ Drive ด้วย Data

AOT ขึ้นค่าธรรมเนียมสนามบิน 53% มิถุนายนนี้ — ตั๋วแพงขึ้น ลูกค้าต่างชาติจะมาน้อยลง โรงแรมต้องทำอะไรก่อน 20 มิ.ย.?

AOT ขึ้นค่าธรรมเนียมสนามบิน 53% มิถุนายนนี้ — ตั๋วแพงขึ้น ลูกค้าต่างชาติจะมาน้อยลง โรงแรมต้องทำอะไรก่อน 20 มิ.ย.?

สมมติว่าคุณกำลังวางแผนเที่ยวไทยช่วงสิ้นปี แล้วเช้าวันหนึ่งเปิดหน้าจองตั๋วเครื่องบินขึ้นมา แล้วพบว่าราคาบินขาออกจากสนามบินไทยแพงขึ้นอีก 390 บาทต่อเที่ยว โดยไม่มีคำอธิบายชัดเจน นั่นคือสิ่งที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกจะเจอหลัง 20 มิถุนายน 2569 เมื่อ Airports of Thailand (AOT) ยืนยันปรับ International Passenger Service Charge (PSC) จาก 730 บาทเป็น 1,120 บาท — เพิ่มขึ้นถึง 53% ในคราวเดียว

ค่า PSC นี้ไม่ได้เก็บจากโรงแรม แต่เก็บจากผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศโดยตรงผ่านราคาตั๋ว สายการบินอย่าง Thai Airways, Singapore Airlines, Emirates จะ pass on ต้นทุนนี้เข้าไปในราคาตั๋วทันที ซึ่งแปลว่าเที่ยวบินจากยุโรป ออสเตรเลีย หรือตะวันออกกลางที่แวะผ่านไทยแพงขึ้น และสำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังชั่งน้ำหนักระหว่างไทย vs บาหลี vs ญี่ปุ่น ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นนี้คือปัจจัยที่ทำให้สมดุลเอียงออกจากไทย ในมุมมองของ BoydWee นี่คือ “Tax on Demand” ที่จะเพิ่มแรงกดดันบน Forward Booking ช่วง Q3-Q4 ที่ตลาดยุโรปและออสเตรเลียกำลังพิจารณาแผนปลายปีอยู่พอดี

AOT อธิบายว่ารายได้จาก PSC ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 10 พันล้านบาทต่อปีนั้นจะนำไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสนามบิน ซึ่งในระยะยาวอาจเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม แต่ในระยะสั้น 6-12 เดือนข้างหน้า ผลกระทบตรงคือต้นทุนการเดินทางมาไทยแพงขึ้น ในช่วงที่อุตสาหกรรมโรงแรมไทยกำลังแบกรับ Low Season อยู่แล้ว

🏨 โรงแรมไทยได้รับผลกระทบอย่างไร?

โรงแรมที่พึ่งพา Long-haul Markets อย่างยุโรป ออสเตรเลีย และตะวันออกกลางจะได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะโรงแรมในภูเก็ต สมุย กระบี่ และเชียงใหม่ที่ ADR สูงและ Guest Profile เป็น European/Australian Families ที่ Booking Window ยาว 60-90 วัน สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ Forward Booking สำหรับ High Season พฤศจิกายน-มกราคม ที่กำลังอยู่ในช่วงเปิด Booking ตอนนี้ — ต้นทุนตั๋วที่แพงขึ้นอาจทำให้ Booking Window หดสั้นลง หรือเปลี่ยน Destination ไปเลย โรงแรมใน Bangkok ที่พึ่งพา Transit Travelers ก็จะเห็นผลกระทบเช่นกัน เนื่องจาก Stopover Packages จะมีต้นทุนรวมสูงขึ้น

⚡ BoydWee แนะนำ Action Required สัปดาห์นี้

BoydWee แนะนำให้ทำทันทีคือดูว่า Rate Strategy สำหรับ Q4 2026 (ต.ค.-ธ.ค.) ของคุณ assume Demand Level ไว้ที่เท่าไหร่ — ถ้ายังใช้ตัวเลข 2025 เป็น base ต้องปรับ Demand Assumption ลง 5-10% สำหรับตลาด Long-haul แล้วทำ Scenario Planning ว่าถ้า Occupancy ลด 5 จุดจาก Forecast จะ hold Rate ได้ไหม หรือต้องปรับ BAR Strategy อย่างไร อย่ารอให้ถึงกันยายนแล้วค่อยตื่น

📊 BoydWee ชวนคิดเป็นตัวเลข

โรงแรม Phuket 200 ห้อง ที่มี High Season ADR ฿6,000 และ Occ 80% → Revenue ต่อเดือน ≈ ฿28.8M ถ้า Long-haul Demand ลด 8% ทำให้ Occ ลงมาที่ 72% โดย ADR ยังคงเดิม → Revenue เหลือ ฿25.9M หายไป ฿2.9M ต่อเดือน หรือ ฿8.7M ต่อ Q4 ทั้ง Quarter แต่ถ้า Revenue Manager ตัดสินใจ hold Occ 80% ด้วยการลด ADR 8% → ADR ลงมาที่ ฿5,520 → Revenue เท่ากัน ฿26.5M แต่เสียค่า Rate Integrity ไปตลอด นี่คือทางแยกที่โรงแรมต้องตัดสินใจก่อนที่ตลาดจะรู้สึก

แหล่งข่าว: TTR Weekly | Pattaya News | Travel and Tour World

Spread the love
Exit mobile version