ภาพประกอบบทความโรงแรมเรื่อง บทเรียน Event-Driven Pricing: ทำไมตลาดหั่นราคา แต่ ADR รอบอีเวนต์พุ่ง +98%

บทเรียน Event-Driven Pricing: ทำไมตลาดหั่นราคา แต่ ADR รอบอีเวนต์พุ่ง +98%

Pricing

ตอนตลาดพากันหั่นราคาเพราะ occupancy ตก ทำไม AWC ถึงเลือกดันราคาขึ้นเกือบเท่าตัว แล้วโรงแรมที่ไม่มีพอร์ต 1 แสนล้านบาททำตามได้ไหม

TL;DR:
  • Thailand Hotel News รายงาน (อ้างข้อมูล AWC เมื่อ 19 ส.ค.) — forward room revenue ครึ่งปีหลัง 2026 สูงกว่าปีก่อน +30%, พัทยานำที่ +283%, และ ADR ช่วงอีเวนต์ใหญ่ในกรุงเทพฯ วิ่งสูงกว่าเดิม +98% พัทยา +105%
  • ตัวเลขนี้สวนภาพรวมตลาด — Cushman & Wakefield ระบุ RevPAR กรุงเทพฯ ไตรมาส 2 ติดลบ 7% และครึ่งหนึ่งของโรงแรมในผลสำรวจ THA-แบงก์ชาติเตรียมลดราคา บทเรียนคือ compression pricing รอบอีเวนต์ ไม่ใช่หั่นราคาสู้
  • สิ่งที่ทำได้สัปดาห์นี้: ทำ event calendar 6-12 เดือนล่วงหน้า แล้วตั้ง rate floor ช่วงงานให้สูงกว่า BAR ปกติ

ช่วงนี้เกือบทุกวงสนทนาในวงการโรงแรมไทยพูดเรื่องเดียวกัน คือตลาดชะลอ นักท่องเที่ยวหาย และคำถามที่ตามมาแทบทุกครั้งคือ “จะลดราคาเท่าไหร่ถึงจะพอ” ข้อมูลก็หนุนความรู้สึกนั้นจริง Cushman & Wakefield (ผ่านรายงาน Thailand Hotel News) ระบุ occupancy กรุงเทพฯ ไตรมาส 2 ปีนี้ลงมาที่ 73% จาก 77% ไตรมาสก่อน และ RevPAR ติดลบ 7% เหลือ 2,672 บาท ส่วนผลสำรวจร่วมของ Thai Hotels Association กับธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคม พบว่าเกือบครึ่งของโรงแรม 138 แห่งคาดว่าจะต้องลดราคาห้องในไตรมาสถัดมา

แต่ตัวเลขล่าสุดจาก Asset World Corporation (AWC) บอกอีกเรื่องหนึ่ง Thailand Hotel News รายงานเมื่อ 19 สิงหาคม โดยอ้างข้อมูลของ AWC ว่า forward room revenue ครึ่งปีหลัง 2026 สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนแล้วราว 30% และที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ตัวเลขนี้ไม่ได้มาจาก occupancy อย่างเดียว แต่มาจากการที่ AWC ดัน ADR ในช่วงอีเวนต์ใหญ่ขึ้นเกือบเท่าตัวพร้อมกัน นี่คือจุดที่โรงแรมไทยควรหยุดอ่านให้ละเอียด เพราะมันขัดกับสัญชาตญาณ “ตลาดนิ่งต้องลด” ที่กำลังครอบงำตลาดอยู่

ทำไม AWC ดัน ADR ช่วงอีเวนต์ได้เกือบเท่าตัว ในตลาดที่โรงแรมกำลังหั่นราคา?

คำตอบสั้น ๆ คือ AWC วางโรงแรมให้จับdemandแบบ event-driven ไม่ได้นั่งรอให้ตลาดรวมฟื้น ปฏิทินครึ่งปีหลังของปีนี้มีอีเวนต์ระดับโลก 3 งานที่สร้าง compression ชัดเจน ได้แก่ Gastech ที่กรุงเทพฯ (14-17 กันยายน), การประชุมประจำปีของ IMF และ World Bank ที่กรุงเทพฯ (12-18 ตุลาคม) และ Tomorrowland ที่พัทยา (11-13 ธันวาคม)

ตัวเลขที่ AWC เปิดออกมาชัดมาก โรงแรมประชุมหลักในกรุงเทพฯ อย่าง The Okura Prestige, The Athenee และ Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park ทำ occupancy ราว 78% สำหรับช่วงการประชุม IMF-World Bank ไปแล้ว แต่ที่สำคัญกว่าคือ ADR ช่วงนั้นวิ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนราว 98% ฝั่งพัทยาช่วง Tomorrowland โรงแรมอย่าง Pattaya Marriott Resort & Spa และ Meliá Pattaya ทำ occupancy ราว 62% โดย ADR สูงกว่าเดิมราว 105% เมื่อดูรูปแบบของ forward booking จะเห็นภาพเดียวกัน พัทยานำที่ +283% เทียบปีก่อน ตามด้วยกรุงเทพฯ +45%, เชียงใหม่ +39%, กระบี่ +12% และเกาะสมุย +10%

ผลไตรมาส 2 ที่ออกมาก่อนหน้าก็ยืนยันแรงส่งเดียวกัน รายได้ธุรกิจโรงแรมของ AWC อยู่ที่ 2,761 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% เทียบปีก่อน โดยพัทยาทำ RevPAR พุ่ง 169% เชียงใหม่ +31% และ EBITDA ธุรกิจโรงแรมเพิ่ม 9.7% เป็น 742 ล้านบาท พร้อม margin ที่ขยับจาก 25.9% เป็น 26.9% นี่คือภาพของโรงแรมที่ยอดขึ้น “ทั้งจำนวนห้องที่ขายได้และราคาต่อห้อง” ในเวลาเดียวกัน

💡 BoydWee เห็นว่า — หัวใจของ Event-Driven Pricing: ถือราคารอบ Demand Compression ไม่ใช่ไล่ Occupancy

เอาตรง ๆ ผมว่าสิ่งที่ทำให้ข่าวนี้มีค่ากับ Revenue Manager และ GM ไม่ใช่ตัวเลข +98% ของ AWC เอง แต่คือ “หลักการ” ที่อยู่ข้างหลัง AWC มีพอร์ตลงทุน 1 แสนล้านบาทและทีม commercial ของตัวเองก็จริง แต่การดัน ADR ขึ้นเกือบเท่าตัวในวันที่demandแน่น ไม่ได้ต้องใช้เงินระดับนั้น มันต้องใช้แค่ “วินัยที่จะไม่ลดราคาในวันที่ควรถือราคา”

ปัญหาของโรงแรมส่วนใหญ่คือรันราคาแบบ flat แล้วพอเห็นข่าวตลาดชะลอก็ตั้งการ์ดลดราคาไว้ก่อนทั้งปฏิทิน รวมถึงวันที่มีอีเวนต์ซึ่งdemandกำลังจะทะลัก ผลคือปล่อยเงินหลุดมือในวันที่ควรเก็บได้มากที่สุด สิ่งที่ AWC เพิ่งพิสูจน์คือ ในวันที่demandบีบตัว การถือราคา (หรือขึ้น) ให้ RevPAR ดีกว่าการไล่ occupancy ด้วยราคาถูกอย่างชัดเจน — และนั่นคือเกมที่โรงแรม 40 ห้องก็เล่นได้ ถ้ารู้ว่าอีเวนต์ไหนอยู่ตรงไหนในปฏิทิน

คำถามไม่ใช่ “ตลาดชะลอแล้วจะลดราคาเท่าไหร่” แต่คือ “ในปฏิทินข้างหน้า มีกี่วันที่คุณควรกล้าถือราคา แทนที่จะลด”

⏱ 3-6 เดือน: โรงแรมไทยควรจัดการ event calendar ไตรมาส 4 นี้อย่างไร?

ไตรมาส 4 ปีนี้อัดแน่นด้วยอีเวนต์ผิดปกติ ทั้ง Gastech, IMF-World Bank, Tomorrowland ต่อด้วยเทศกาลปลายปีและปีใหม่ ถ้าโรงแรมของคุณอยู่ในหรือใกล้กรุงเทพฯ พัทยา หรือเมืองที่มีงานเหล่านี้ ควรรีบทำ 2 อย่างในเดือนนี้ (1) ทำเครื่องหมายวันที่demandจะแน่นบนปฏิทินราคา และ (2) ตั้ง rate floor ช่วงงานให้สูงกว่า BAR ปกติ พร้อมปิดหรือจำกัด promotion channel ในวันเหล่านั้น อย่าปล่อยให้ระบบไปลดราคาอัตโนมัติในคืนที่คนแย่งกันจอง แม้โรงแรมคุณไม่ได้จับกลุ่มงานโดยตรง demand ที่ล้นจากโรงแรมที่เต็มก็ไหลมาถึงคุณอยู่ดี

📅 6-12 เดือน: ถ้าไม่มีอีเวนต์ระดับโลกในพื้นที่ จะสร้าง compression เองได้ไหม?

ได้ และนี่คือส่วนที่โรงแรมอิสระมักมองข้าม โรงแรมส่วนใหญ่ในไทยไม่ได้อยู่ติด Tomorrowland หรือ IMF แต่ compression สร้างเองได้ด้วยการผูกแพ็กเกจกับdemandเฉพาะกลุ่ม เช่น จับ long weekend ของตลาด short-haul ที่บินมาสั้น ๆ จัดอีเวนต์ของตัวเองที่ดึงคนมากระจุกในวันที่ต้องการ ดึงกลุ่ม MICE ขนาดกลางที่ chain ใหญ่ไม่สนใจรับ หรือใช้ minimum length of stay ล็อกคืนที่ pickup แรง หัวใจคือ AWC พิสูจน์ “หลักการ” ให้เห็น ไม่ใช่ขนาดพอร์ต — สร้างวันที่demandแน่น แล้วถือราคาในวันนั้น

🔭 2-3 ปี: การ reposition แบรนด์แบบ AWC บอกอะไรเรื่องเพดาน ADR?

AWC ไม่ได้เล่นแค่เกมราคาระยะสั้น แต่กำลังขยับเพดาน ADR ระยะยาวด้วยการ reposition สินทรัพย์ กำลังเปลี่ยน The Westin Siray Bay ที่ภูเก็ตเป็น Ritz-Carlton โดยคาดว่า ADR อาจเพิ่มได้ถึง 3 เท่า และเปลี่ยน Jubilee Prestige รัชดาภิเษกเป็น JW Marriott โดยคาด ADR ราว 2 เท่า สัญญาณสำหรับโรงแรมอิสระคือ เพดานราคาไม่ได้ถูกล็อกด้วยทำเลอย่างเดียว แต่ขยับได้ด้วย positioning แบรนด์ ประสบการณ์ และ segment ที่ตั้งใจจับ การลงทุนกับตัวโรงแรมและ segment ที่ชัด คือทางขยับเพดานราคาในระยะยาว ไม่ใช่แค่การไล่ occupancy ให้เต็มด้วยราคาถูก

ลองคิดเป็นตัวเลข: หั่นราคาสะท้อนกลับ vs ถือราคาช่วงอีเวนต์

สมมติโรงแรมอิสระ 60 ห้องในเมืองที่มีอีเวนต์ 1 งาน (2 คืน) เทียบ 3 ทางเลือกในสุดสัปดาห์เดียวกัน:

วันปกติ (baseline)ADR ฿2,600 × OCC 68% = RevPAR ฿1,768
ช่วงอีเวนต์ + หั่นราคาสะท้อนกลับADR ฿2,400 × OCC 92% = RevPAR ฿2,208
ช่วงอีเวนต์ + compression pricing (ถือราคา)ADR ฿3,600 × OCC 88% = RevPAR ฿3,168
ส่วนต่าง RevPAR: ถือราคา vs หั่นราคา+฿960/ห้อง/คืน (+43%)
รวม 60 ห้อง × 2 คืน (ต่ออีเวนต์)+฿115,200

หมายเหตุ: ตัวเลขข้างต้นเป็น scenario สมมติเพื่อแสดงหลักการ ไม่ใช่ค่าจริงของโรงแรมใด price elasticity ต่างกันตามทำเล segment และคู่แข่ง ควรทดสอบด้วยข้อมูล pickup ของตัวเองก่อนตั้ง rate floor จริง

🎯 30-Second Self-Test

  • คุณรู้ไหมว่า 90 วันข้างหน้ามีอีเวนต์หรือ long weekend กี่วันที่จะสร้าง compression ในพื้นที่ของคุณ?
  • ในวันเหล่านั้น rate floor ของคุณสูงกว่า BAR ปกติหรือเปล่า หรือรันราคาเดียวทั้งเดือน?
  • ระบบหรือ OTA ของคุณ กำลังลดราคาอัตโนมัติในคืนที่demandกำลังจะแน่นอยู่หรือไม่?
ถ้าตอบไม่ได้เกิน 1 ข้อ — เงินที่ AWC เก็บได้ช่วงอีเวนต์ กำลังหลุดมือคุณอยู่ทุกปฏิทิน

⚡ ประโยชน์สำหรับโรงแรมไทย — Action 3 ขั้น เริ่มได้สัปดาห์นี้

  1. Audit — ทำ event calendar 6-12 เดือนล่วงหน้า: รวบรวมอีเวนต์รอบโรงแรม ทั้งงานระดับประเทศ (Gastech, IMF-World Bank), คอนเสิร์ต, MICE, เทศกาล, กีฬา และ long weekend ทำเป็นปฏิทินเดียว แล้วทำเครื่องหมายวันที่คาดว่าdemandจะแน่น
  2. Match — ตั้ง rate floor ช่วงอีเวนต์เหนือ BAR ปกติ 20-40%: ในวันที่ทำเครื่องหมายไว้ ยก rate floor ขึ้น ปิดหรือจำกัด discount channel และพิจารณา minimum length of stay เพื่อกันไม่ให้ระบบไปลดราคาในวันที่ควรถือราคา
  3. Trial — ทดลอง 1 อีเวนต์ แล้ววัดผล: เลือกอีเวนต์ใกล้ที่สุด 1 งาน วัด pickup และ ADR uplift เทียบ baseline ของวันปกติในสัปดาห์เดียวกัน แล้วปรับ rate floor รอบถัดไปตามผลจริง — ไม่ต้องรอทำทั้งปฏิทินก่อน

หมายเหตุ: กรอบ rate floor 20-40% เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับทดสอบ ไม่ใช่สูตรตายตัว ปรับตาม segment mix และ pickup curve ของแต่ละ property

กลับมาที่คำถามตั้งต้น สิ่งที่ AWC เพิ่งแสดงให้เห็นไม่ใช่ว่าโรงแรมไทยไม่ต้องกังวลเรื่องตลาดชะลอ — supply ใหม่ยังเข้ามาต่อเนื่อง และ RevPAR ภาพรวมยังกดดันจริง แต่มันแยกให้เห็นชัดว่า “การไล่ occupancy ด้วยราคาถูก” กับ “การเก็บรายได้ในวันที่demandแน่น” เป็นคนละเกมกัน และเกมหลังทำเงินได้มากกว่าเมื่อจังหวะมาถึง

คำถามที่เหลือจึงไม่ใช่ว่าตลาดจะฟื้นเมื่อไหร่ แต่คือ ในปฏิทิน 90 วันข้างหน้าของคุณ มีกี่วันที่คุณกำลังจะลดราคาทั้งที่ควรถือ — และคุณกล้าเปลี่ยนใจในวันไหนบ้าง

อยากลองทำ event calendar + rate floor ของโรงแรมตัวเองแต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน — ทักมาคุยกันได้เลย

LINEปรึกษาได้ @BoydWee

แหล่งข่าวหลัก: AWC Hotels Turn Major Events in Thailand into High Occupancy and Premium Room Rates — Thailand Hotel News ()
ข้อมูลประกอบ: RoomPriceGenie / Ultsch Consult & Cushman & Wakefield data — Thailand Hotel News () · Bangkok Hotels Face ADR Squeeze — Thailand Hotel News ()
Spread the love
Scroll to Top
English ↗