Site icon ไม่มีใครสอน กูสอน-การตลาดโรงแรมยุคใหม่ Drive ด้วย Data

Hurdle Rate และ Last Room Value คืออะไร — รับ Booking ราคาต่ำดีไหม

ภาพประกอบบทความ Hurdle Rate และ Last Room Value คืออะไร — รับ Booking ราคาต่ำดีไหม

รับราคาต่ำ ตอนนี้ดีไหม - ภาพประกอบบทความ Gusornhai

GUSORNHAI Revenue Management
Revenue Management

ขายห้องสุดท้ายราคาถูกตอนนี้ หรือรอ — คำถามที่ Revenue Manager ต้องตอบทุกวัน

Hurdle Rate คือราคาต่ำสุดที่โรงแรมควรรับ booking ณ เวลานั้น Last Room Value ช่วยตัดสินใจว่าห้องสุดท้ายคุ้มขายตอนนี้หรือรอ Demand สูงกว่า

โดย BoydWee

คำตอบสั้น

Hurdle Rate คือราคาขั้นต่ำที่โรงแรมควรรับ booking ณ วันและเวลานั้น โดยพิจารณาจาก Demand ที่คาดการณ์ได้, Opportunity Cost, และ Last Room Value (LRV) — มูลค่าของ inventory ที่เหลืออยู่เมื่อ Occupancy ใกล้เต็ม ถ้า booking ที่เข้ามาต่ำกว่า Hurdle Rate แปลว่าโรงแรมน่าจะได้ราคาสูงกว่านี้ถ้ารอ Demand ในอีกไม่กี่วัน


Hurdle Rate กับ Rate Floor ต่างกันอย่างไร

ก่อนเข้าเรื่อง ต้องแยกความแตกต่างของสองคำที่มักสับสนกัน:

Rate Floor Hurdle Rate
นิยาม ราคาต่ำสุดที่ไม่ขายต่ำกว่านี้เด็ดขาด ราคาต่ำสุดที่ยอมรับได้ ณ เวลานั้น
ลักษณะ คงที่ กำหนดล่วงหน้า เปลี่ยนแปลงตาม Demand และ Occupancy
เป้าหมาย ปกป้อง brand positioning Optimize revenue แบบ real-time
ตัวอย่าง ไม่ขายต่ำกว่า 1,200 บาทไม่ว่ากรณีใด วันนี้ Occupancy 85% Hurdle Rate คือ 2,500 บาท

Rate Floor คือเส้นที่ไม่ข้าม Hurdle Rate คือเส้นที่ขยับตาม Demand ทุกวัน

ดูการตั้ง Rate Floor อย่างเป็นระบบได้ที่ rate-floor-matrix


Last Room Value (LRV): ทำไมห้องสุดท้ายถึงมีมูลค่าสูงกว่าห้องแรก

LRV คือมูลค่าที่คาดการณ์ว่าจะได้จากห้องสุดท้ายที่เหลือ หรือในบริบทที่กว้างกว่านั้นคือกลุ่มห้องที่เหลืออยู่เมื่อ Occupancy เข้าใกล้เต็ม

เหตุผลที่ LRV สูง:

  1. Demand ที่เหลืออยู่มักเป็น Demand ที่จ่ายสูงกว่า — แขกที่จองใกล้วันเข้าพักมักมี price elasticity ต่ำกว่า (เดินทางธุรกิจ, งาน event สำคัญ, ไม่มีตัวเลือก)
  2. Opportunity Cost สูง — ถ้าขายตอนนี้ราคาต่ำแล้ว Demand เข้ามาทีหลังราคาสูง โรงแรมพลาดรายได้ส่วนต่างนั้นไปถาวร
  3. ไม่มีทางขายย้อนหลัง — ต่างจากสินค้าอื่น ห้องว่างคืนนี้ไม่สร้าง inventory สำรองสำหรับคืนถัดไป

ตัวอย่าง (ตัวอย่างประกอบ): โรงแรม 60 ห้อง วันศุกร์หน้ามี Demand งาน conference ในพื้นที่ Occupancy จองแล้ว 52 ห้อง เหลือ 8 ห้อง มี OTA request เข้ามาราคา 1,800 บาท ขณะที่ Forecast บอกว่าคืนนั้น Demand จาก walk-in และ last-minute ที่ ADR 2,800–3,200 บาทมีความน่าจะเป็นสูง LRV ในกรณีนี้อยู่ที่ประมาณ 2,800 บาท การรับ 1,800 บาทตอนนี้คือขาดทุน Opportunity Cost ประมาณ 1,000 บาทต่อห้อง


วิธีตั้ง Hurdle Rate แบบปฏิบัติได้จริง

ขั้นที่ 1: รู้ Occupancy และ Days-to-Arrival ปัจจุบัน

Hurdle Rate ขึ้นกับสองตัวแปรหลัก — Occupancy ที่เหลือและจำนวนวันก่อนเข้าพัก:

Occupancy Days-to-Arrival Hurdle Rate เทียบ Rate Floor
< 50% 14+ วัน ใกล้ Rate Floor หรือต่ำกว่า ADR เป้า
50–75% 7–14 วัน ADR เป้าหรือสูงกว่า 10–15%
75–90% 3–7 วัน สูงกว่า ADR เป้า 20–30%
> 90% < 3 วัน LRV เต็ม — ไม่รับต่ำกว่า Forecast Demand

ขั้นที่ 2: เชื่อม Hurdle Rate กับ Demand Forecast

Hurdle Rate ที่ดีต้องมาพร้อม Forecast ที่เชื่อถือได้ ถ้า Forecast บอกว่า Demand จะเข้ามาแน่ๆ Hurdle Rate สูงสมเหตุสมผล แต่ถ้า Forecast ไม่ชัด การยึด Hurdle Rate สูงโดยไม่มีหลักฐาน Demand เสี่ยงห้องว่าง

ดูการ Forecast Demand อย่างมีระบบที่ hotel-demand-forecast

ขั้นที่ 3: ทบทวนทุกวัน (หรือบ่อยกว่านั้น)

Hurdle Rate ไม่ใช่ตัวเลขสัปดาห์ละครั้ง — ในช่วงที่ Demand เคลื่อนไหวเร็ว เช่น 72 ชั่วโมงสุดท้ายก่อน Check-in การ review รอบเช้าและบ่ายช่วยให้ปรับ Hurdle Rate ทันตามสถานการณ์จริง


Displacement ที่ซ่อนอยู่ใน Hurdle Rate ต่ำ

การรับ booking ราคาต่ำกว่า Hurdle Rate ที่ควรเป็นคือ Displacement รูปแบบหนึ่ง — ไม่ใช่แค่ว่าได้ราคาต่ำ แต่คือการ displace Demand ที่มีมูลค่าสูงกว่าออกไป

สมมติ (ตัวอย่างประกอบ): รับ Group Block 10 ห้อง ADR 1,500 บาทล่วงหน้า 30 วัน แต่ Historical Forecast บอกว่าคืนนั้น transient Demand มักผลักราคาไปที่ 2,400–2,800 บาท Displacement Cost = (2,600 − 1,500) × 10 ห้อง = 11,000 บาทต่อคืน (ตัวอย่างประกอบ) ที่หายไปถ้ารับ Group โดยไม่วิเคราะห์ Hurdle Rate ก่อน

อ่านเรื่อง Displacement เพื่อเข้าใจวิธีคำนวณ Opportunity Cost ในบริบท Group vs Transient ได้ชัดกว่านี้


Hurdle Rate กับ Dynamic Pricing เชื่อมกันอย่างไร

Hurdle Rate คือ input ที่สำคัญสำหรับ dynamic-pricing — เมื่อระบบ Dynamic Pricing ปรับ rate ขึ้นลงตาม Demand สัญญาณ Hurdle Rate ทำหน้าที่เป็น floor อัจฉริยะที่ป้องกันไม่ให้ algorithm ขายต่ำกว่ามูลค่าจริงของ inventory ที่เหลือ

workflow ที่สมบูรณ์:
1. Forecast Demand → กำหนด Hurdle Rate สำหรับแต่ละวัน
2. Dynamic Pricing ขยับ rate ขึ้นเมื่อ Demand เข้า
3. เมื่อ Occupancy เกิน 80% Hurdle Rate ปรับขึ้นอีกขั้น สะท้อน LRV ของ inventory ที่เหลือ
4. 48–72 ชั่วโมงสุดท้าย Hurdle Rate อยู่ที่ LRV เต็ม — ไม่รับ discount ใดๆ ถ้า Forecast Demand ยืนยัน


คำถามที่พบบ่อย

ถ้าไม่มีระบบ RMS โรงแรมเล็กตั้ง Hurdle Rate ยังไง?
เริ่มจากข้อมูลที่มี — Historical Occupancy ช่วงเดียวกันปีที่แล้ว, Pickup Report สัปดาห์ก่อน, และ Event Calendar ในพื้นที่ ตั้ง Hurdle Rate แบบ manual โดยใช้ตาราง Occupancy × Days-to-Arrival เป็น guideline ทบทวนทุกเช้า Revenue manager ที่ใช้ intuition + ข้อมูลเหล่านี้ได้ผลดีพอสมควรโดยไม่ต้องพึ่ง RMS ตั้งแต่วันแรก
Hurdle Rate ควรแตกต่างกันตาม Room Type ไหม?
ใช่ — โดยเฉพาะถ้า Room Type มี Demand pattern ต่างกัน เช่น Suite อาจมี LRV สูงกว่า Standard Room มาก เพราะ Supply น้อยกว่าและ Demand มักมาจาก Corporate หรือ Luxury traveler ที่ price sensitive น้อยกว่า
Hurdle Rate สูงเกินไปทำให้ Occupancy ต่ำ — แก้ยังไง?
ตรวจ Forecast ก่อน ถ้า Demand ไม่มาตาม Forecast และ Hurdle Rate ยังสูง แปลว่า Forecast ผิดพลาด ไม่ใช่ Hurdle Rate ผิด ให้ปรับ Forecast methodology ก่อน แล้ว Hurdle Rate จะตามมาเอง การลด Hurdle Rate โดยไม่แก้ Forecast ต้นเหตุแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ดู Glossary คำว่า Hurdle Rate และ LRV ที่ glossary
Spread the love
Exit mobile version