Site icon ไม่มีใครสอน กูสอน-การตลาดโรงแรมยุคใหม่ Drive ด้วย Data

ภูเก็ตเร่งตรวจต่ออายุใบอนุญาตโรงแรม 300 กว่าแห่งใน 2 เดือน — ทำไมนี่ไม่ใช่แค่ข่าวความปลอดภัย

ภาพประกอบบทความ: ภูเก็ตเร่งตรวจต่ออายุใบอนุญาตโรงแรม 300 กว่าแห่งใน 2 เดือน — ทำไมนี่ไม่ใช่แค่ข่าวความปลอดภัย

ภูเก็ตเร่งตรวจต่ออายุใบอนุญาตโรงแรม 300 กว่าแห่งใน 2 เดือน — ทำไมนี่ไม่ใช่แค่ข่าวความปลอดภัย

Market Analysis

เลขที่ควรจับไม่ใช่จำนวนคณะทำงาน — แต่คือใบอนุญาตที่หมดอายุแล้วยังไม่ต่อ กับกรอบเวลา 2 เดือน ที่มาลงพอดีกับเดือนที่ occupancy ต่ำที่สุดของปี

TL;DR:
  • แหล่งข้อมูลและสาระหลัก: Thaiger รายงานเมื่อ 13 กรกฎาคม 2569 ว่าผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต โชตินรินทร์ เกิดสม สั่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 19 แห่ง ลงตรวจสถานประกอบการทั้งเกาะตามระดับความเสี่ยง หลังเหตุไฟไหม้ร้านอาหารและสถานบันเทิงย่านซอยลาดพร้าว 1 ในกรุงเทพฯ คืนวันที่ 12 กรกฎาคม และวันเดียวกัน Phuket Price รายงานว่ารองผู้ว่าฯ รอมดอน หะยีอาแว นำคณะลงตรวจสภาพโรงแรม 6 แห่งที่ตำบลกะรน ซึ่งยื่นขอต่ออายุใบอนุญาต
  • ทำไมเรื่องนี้สำคัญ: รายการที่ถูกตรวจไม่ได้จำกัดอยู่แค่สถานบันเทิง โรงแรมอยู่ในนั้นด้วย และภูเก็ตมีใบอนุญาตโรงแรมที่หมดอายุหรืออยู่ระหว่างดำเนินการกว่า 300 แห่ง โดยจังหวัดตั้งคณะทำงาน 3 คณะ และตั้งเป้าตรวจส่วนที่เหลืออีก 200 กว่าแห่งให้จบใน 2 เดือน
  • สัญญาณการลงมือทำ: เช็กสถานะใบอนุญาตของตัวเองวันนี้ แล้วเดินตรวจระบบป้องกันอัคคีภัยกับเส้นทางหนีไฟตามรายการที่จังหวัดประกาศ ก่อนที่คณะทำงานจะมาถึง ไม่ใช่หลังจากนั้น

Thaiger รายงานเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ว่าจังหวัดภูเก็ตกำลังยกระดับการตรวจความปลอดภัยของสถานประกอบการทั่วทั้งเกาะ หลังเหตุไฟไหม้ร้านอาหารและสถานบันเทิงย่านซอยลาดพร้าว 1 ในกรุงเทพฯ เมื่อคืนวันที่ 12 กรกฎาคม ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก (Thaiger รายงานยอดผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 27 ราย บาดเจ็บ 63 ราย ณ วันที่ 13 กรกฎาคม โดยตัวเลขยังอยู่ระหว่างการยืนยัน) ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต โชตินรินทร์ เกิดสม แสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสีย และระบุว่าแม้เหตุไม่ได้เกิดที่ภูเก็ต แต่ทุกหน่วยงานต้องถือเป็นบทเรียน พร้อมสั่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 19 แห่ง ลงตรวจสถานประกอบการในพื้นที่ โดยเพิ่มความเข้มตามระดับความเสี่ยง

เอาตรง ๆ ถ้าอ่านแค่พาดหัว คนทำโรงแรมส่วนใหญ่จะเลื่อนผ่าน เพราะรู้สึกว่าเป็นเรื่องของผับบาร์ ไม่ใช่เรื่องของเรา ผมว่าคราวนี้เลื่อนผ่านไม่ได้ เพราะในวันเดียวกันนั้นเอง Phuket Price รายงานว่ารองผู้ว่าฯ รอมดอน หะยีอาแว นำคณะลงพื้นที่ตรวจสภาพโรงแรม 6 แห่งที่ตำบลกะรน ซึ่งยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 และเปิดเผยตัวเลขที่คนทำโรงแรมในภูเก็ตควรอ่านสองรอบ คือมีใบอนุญาตโรงแรมที่หมดอายุและอยู่ระหว่างดำเนินการกว่า 300 แห่ง

ภูเก็ตกำลังตรวจอะไร และโรงแรมอยู่ในรายการที่ถูกตรวจด้วยหรือไม่?

เริ่มจากข้อเท็จจริงตามรายงานก่อน ตามที่ Thaiger รายงาน ผู้ว่าฯ โชตินรินทร์ ระบุว่ากระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของอาคารและสถานประกอบการ ตั้งแต่สถานบันเทิง โรงแรม ร้านอาหาร ไปจนถึงพื้นที่สาธารณะ เพราะภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับนานาชาติที่มีทั้งคนในพื้นที่และผู้มาเยือนใช้อาคารจำนวนมาก สิ่งที่จะถูกตรวจคือระบบป้องกันอัคคีภัย เส้นทางหนีไฟ อุปกรณ์ด้านความปลอดภัย และมาตรฐานอาคาร พร้อมกันนั้นจังหวัดยังเตรียมจัดการซ้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่และอุปกรณ์พร้อมใช้จริงเมื่อถึงเวลา

ทีนี้มาที่ฝั่งโรงแรมโดยตรง Phuket Price รายงานรายละเอียดของวันเดียวกันไว้ชัดกว่า โรงแรม 6 แห่งที่รองผู้ว่าฯ รอมดอน นำคณะลงตรวจในตำบลกะรน ได้แก่ โรงแรมมายเฟรนด์ เฮ้าส์ (45 ห้อง) โรงแรมเซ็นทารา กะรน รีสอร์ท ภูเก็ต (343 ห้อง) โรงแรมสวัสดีวิลเลจ (41 ห้อง) โรงแรมเซ็นทารา กะตะ รีสอร์ท ภูเก็ต (158 ห้อง) โรงแรมกะตะธานี ภูเก็ต บีช รีสอร์ท (479 ห้อง) และโรงแรม Horizon Deluxe Resort (60 ห้อง) จะเห็นว่าไม่ได้เลือกตรวจเฉพาะที่พักขนาดเล็กหรือที่พักที่ดูมีความเสี่ยง แต่ไล่ตามคิวของคนที่ยื่นต่ออายุ

สิ่งที่ตรวจตามรายงานคือการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติโรงแรมให้ครบถ้วน ทั้งด้านอาคารสถานที่และความถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนโรงแรมขนาดใหญ่จะถูกตรวจเพิ่มเรื่องสิ่งแวดล้อม ความสะอาด และมาตรฐานความปลอดภัยอย่างละเอียด พร้อมกำชับเรื่องการดูแลความปลอดภัยของผู้เข้าพักในทุกโซน รวมถึงการเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดภายในสถานประกอบการด้วย

💡 BoydWee เห็นว่า — พาดหัวคือความปลอดภัย แต่เอกสารที่ถูกหยิบขึ้นมาจริงคือใบอนุญาตโรงแรม

ผมว่าวิธีอ่านข่าวนี้ที่มีประโยชน์ที่สุดสำหรับ GM และเจ้าของ คืออย่าอ่านเป็นข่าวเศร้าที่จบในสัปดาห์นี้ ให้อ่านเป็นการเปลี่ยนจังหวะของงานที่เรามักเลื่อนไว้ท้ายสุด เพราะสองข่าวนี้เมื่อวางซ้อนกันแล้วมันบอกเรื่องเดียวกัน คือความเข้มของการบังคับใช้กำลังขยับขึ้น และคิวที่จ่ออยู่ไม่ใช่คิวของผับบาร์อย่างเดียว แต่คือคิวใบอนุญาตโรงแรม 300 กว่าใบที่ค้างอยู่

ต้องซื่อสัตย์ว่าเรื่องนี้ไม่ได้แปลว่าโรงแรมส่วนใหญ่ทำผิด ใบอนุญาตค้างต่ออายุมีได้หลายสาเหตุ ตั้งแต่เอกสารไม่ครบไปจนถึงคิวของฝั่งราชการเอง และรายงานก็ไม่ได้บอกว่าที่ค้างอยู่นั้นมีกี่แห่งที่มีปัญหาจริง สิ่งที่เปลี่ยนคือความเร็ว จากที่เคยเป็นงานที่รอได้ ตอนนี้มีคณะทำงาน 3 คณะลงพื้นที่ทุกสัปดาห์ พร้อมกรอบเวลา 2 เดือน แปลว่าเวลาที่เราจะค่อย ๆ จัดการเหลือน้อยลงมาก และมันมาลงพอดีกับช่วงที่กระแสเงินสดของโรงแรมบางที่สุดของปี ซึ่งเป็นความจริงที่ไม่สบายใจ แต่หนีไม่ได้

คิวจะมาถึงเราเมื่อไร — คำนวณจากตัวเลขที่จังหวัดเปิดเผยเอง

ใบอนุญาตโรงแรมในภูเก็ตที่หมดอายุหรืออยู่ระหว่างดำเนินการ300 กว่าแห่ง
ตรวจไปแล้วตั้งแต่ผู้บริหารชุดใหม่เข้ารับตำแหน่งเกือบ 100 แห่ง
เหลือรอตรวจตามที่จังหวัดระบุประมาณ 200 กว่าแห่ง
กรอบเวลาที่จังหวัดตั้งเป้า2 เดือน (≈ 8.7 สัปดาห์)
คณะทำงานที่ตั้งไว้ ลงพื้นที่ทุกสัปดาห์3 คณะ
อัตราที่ต้องทำให้ทันเป้า (200 ÷ 8.7)≈ 23 แห่ง/สัปดาห์ (≈ 8 แห่ง/คณะ)
ถ้าใบอนุญาตของเราอยู่ในคิวนี้ คิวน่าจะมาถึงภายใน ≈ 8 สัปดาห์ (ก่อนกลางเดือนกันยายน)

ตัวเลข 300 กว่าแห่ง เกือบ 100 แห่ง 200 กว่าแห่ง คณะทำงาน 3 คณะ และกรอบเวลา 2 เดือน เป็นตัวเลขที่รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตระบุ ตามรายงานของ Phuket Price ส่วนอัตรา 23 แห่งต่อสัปดาห์ และคิว 8 สัปดาห์ เป็นการประมาณการเชิงเลขคณิตของเราเอง ไม่ใช่ตารางนัดหมายที่จังหวัดประกาศ ของจริงจะเรียงคิวตามระดับความเสี่ยงและความพร้อมของเอกสาร ไม่ได้เรียงเท่ากันทุกแห่ง และในทางปฏิบัติแผนของทางราชการเลื่อนได้เสมอ ตัวเลขชุดนี้จึงมีไว้เพื่อให้เห็นลำดับความเร่งด่วน ไม่ใช่เพื่อใช้เป็นวันนัดหมาย

ผลกระทบกับโรงแรมไทยใน 3 กรอบเวลา

⏱ 3-6 เดือน: ถ้าคณะทำงานมาถึงโรงแรมเราในอีกไม่กี่สัปดาห์ เราต้องมีอะไรพร้อมบ้าง?

ความพร้อมมี 2 ชั้น และคนมักเตรียมแค่ชั้นเดียว ชั้นแรกคือเอกสาร ใบอนุญาต แบบอาคาร รายงานการตรวจระบบต่าง ๆ ชั้นนี้มักเตรียมทัน เพราะเป็นกระดาษ ชั้นที่สองคือของจริงหน้างาน และชั้นนี้แหละที่ทำให้ตก คือระบบป้องกันอัคคีภัยที่กดแล้วต้องดังจริง เส้นทางหนีไฟที่ต้องโล่งจริง ไม่ใช่กลายเป็นที่วางรถเข็นแม่บ้านหรือกล่องของแห้ง ประตูหนีไฟที่ต้องผลักออกได้ ไม่ใช่ล็อกไว้เพราะกลัวคนแอบเข้า

ถ้าคุณเป็น GM ของที่พัก 40-60 ห้องในภูเก็ตที่ใบอนุญาตค้างอยู่ สิ่งที่ควรทำสัปดาห์นี้ไม่ใช่การรอหนังสือแจ้ง แต่คือเดินอาคารด้วยตัวเองพร้อมรายการที่จังหวัดบอกว่าจะตรวจ แล้วจดว่าอะไรไม่ผ่าน ต้นทุนของการรู้ล่วงหน้า 8 สัปดาห์ กับรู้ตอนเจ้าหน้าที่ยืนอยู่ตรงหน้า ต่างกันมาก และไม่ได้ต่างกันแค่เรื่องเงิน

📅 6-12 เดือน: ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยจะกลายเป็นสิ่งที่ผู้เดินทางถามก่อนจองหรือไม่?

รองผู้ว่าฯ รอมดอน พูดเป้าหมายไว้ตรง ๆ ว่าการเร่งตรวจครั้งนี้ทำเพื่อยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการ สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และรักษาภาพลักษณ์ของภูเก็ตในฐานะแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ในมุมของ Revenue Manager ประโยคนี้แปลได้ว่าความปลอดภัยถูกวางไว้เป็นสินทรัพย์ด้าน demand ไม่ใช่แค่รายการต้นทุนที่ต้องจ่ายให้พ้น ๆ ไป

เอาจริงนะ ผมไม่คิดว่าผู้เดินทางส่วนใหญ่จะถามเรื่องนี้ก่อนจองในภาวะปกติ คนจองยังดูราคา รูป และรีวิวเป็นหลัก แต่หลังข่าวใหญ่ คำถามแบบนี้จะโผล่ขึ้นมาชั่วคราวเสมอ โดยเฉพาะจากกลุ่มครอบครัวและกลุ่ม corporate ที่มีคนต้องรับผิดชอบแทนคนอื่น โรงแรมที่ตอบได้ทันทีว่าซ้อมอพยพครั้งล่าสุดเมื่อไร ทางหนีไฟอยู่ตรงไหน และใบอนุญาตเป็นปัจจุบัน จะได้เปรียบในบทสนทนานั้นโดยไม่ต้องลดราคาสักบาท ส่วนคนที่ตอบไม่ได้ ก็จะเหลือเครื่องมือเดียวคือส่วนลด ซึ่งเป็นเครื่องมือที่แพงที่สุดเสมอ

🔭 2-3 ปี: ถ้ามาตรฐานความปลอดภัยกลายเป็นต้นทุนคงที่ของการทำโรงแรม ที่พักขนาดเล็กจะรับไหวไหม?

นี่คือคำถามที่ควรถามอย่างซื่อสัตย์ ลองดูรายชื่อโรงแรม 6 แห่งที่ถูกตรวจวันเดียวกัน มีตั้งแต่ 41 ห้องไปจนถึง 479 ห้อง แต่ภาระในการทำระบบให้ผ่านมาตรฐานไม่ได้แปรผันตรงกับจำนวนห้อง ที่พักขนาดเล็กจึงแบกต้นทุนต่อห้องสูงกว่าโดยธรรมชาติ และนี่คือความไม่สมมาตรที่จะอยู่กับเราไปอีกนาน

ทิศทางของภาครัฐชัดว่ามาตรฐานจะเข้มขึ้น ไม่ผ่อนลง ทางที่พอเป็นไปได้สำหรับที่พักขนาดเล็กคือเลิกมองงานนี้เป็นค่าปรับปรุงก้อนเดียวที่รอให้ถูกบังคับ แล้วเปลี่ยนเป็นแผนลงทุนที่ทยอยทำในช่วง low season ซึ่งเป็นช่วงที่ปิดห้องบางส่วนได้โดยกระทบรายได้น้อยที่สุด แล้วใช้ผลการตรวจที่ผ่านเป็นจุดขายกับกลุ่มที่แคร์เรื่องนี้จริง เรื่องการหาจังหวะซ่อมและการหา demand ทดแทนในช่วงเงียบ ผมเคยเขียนไว้แล้วใน playbook การกระจายความเสี่ยงช่วง green season ของโรงแรมไทย ลองเอาไปอ่านคู่กัน

⚡ ประโยชน์สำหรับโรงแรมไทย — Action 3 ขั้น เริ่มได้สัปดาห์นี้

  1. Audit: เช็กสถานะใบอนุญาตของตัวเองให้รู้วันนี้ ไม่ใช่วันที่เจ้าหน้าที่มาถึง — เปิดแฟ้มดูว่าใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมของเราหมดอายุเมื่อไร ยื่นต่ออายุไปแล้วหรือยัง และตอนนี้อยู่ขั้นตอนไหน ถ้าไม่แน่ใจ ให้โทรถามที่ทำการปกครองอำเภอหรือจังหวัดโดยตรง อย่าเดาจากความทรงจำของคนที่ลาออกไปแล้ว
  2. Match: เดินตรวจตามรายการที่จังหวัดประกาศว่าจะตรวจจริง — ถือรายการนี้เดินทั้งอาคาร ระบบป้องกันอัคคีภัยใช้งานได้จริงหรือไม่ เส้นทางหนีไฟโล่งหรือกลายเป็นที่เก็บของ ป้ายและไฟฉุกเฉินติดหรือไม่ ถังดับเพลิงหมดอายุหรือยัง ประตูหนีไฟล็อกอยู่หรือเปล่า สำหรับโรงแรมขนาดใหญ่ให้เพิ่มการตรวจด้านสิ่งแวดล้อม ความสะอาด และการเฝ้าระวังยาเสพติดในสถานประกอบการ
  3. Trial: ซ้อมอพยพจริง 1 รอบภายใน 30 วัน แล้วเก็บหลักฐาน — จับเวลาตั้งแต่สัญญาณดังจนคนสุดท้ายออกจากอาคาร ถ่ายภาพ บันทึกรายชื่อผู้เข้าร่วม เก็บเป็นเอกสาร เพราะจังหวัดกำลังเตรียมการซ้อมรับมือเหตุฉุกเฉินอยู่แล้ว และเอกสารชุดนี้ใช้ได้ทั้งตอนเจ้าหน้าที่มาตรวจ และตอนที่กลุ่ม corporate หรือ OTA ขอหลักฐานด้านความปลอดภัย

(ข้อกำหนดตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 และแนวปฏิบัติของแต่ละพื้นที่มีรายละเอียดต่างกัน บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ควรตรวจสอบกับที่ทำการปกครองอำเภอหรือจังหวัดโดยตรง และขอคำยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนตัดสินใจลงทุนปรับปรุงอาคาร)

ขอพูดตรง ๆ สักย่อหนึ่งก่อนจบ เรื่องแบบนี้ไม่มีใครอยากได้บทเรียนมาด้วยราคานี้ และผมไม่มีความตั้งใจจะเปลี่ยนความสูญเสียให้เป็นหัวข้อทำการตลาด สิ่งเดียวที่เราในฐานะคนทำโรงแรมพอทำได้จริง คือทำให้อาคารที่เรารับผิดชอบอยู่ ปลอดภัยพอที่จะไม่มีใครต้องเรียนบทเรียนซ้ำอีก และงานนั้นเริ่มได้ในสัปดาห์นี้ ไม่ต้องรอหนังสือแจ้ง

คำถามที่อยากฝากไว้: ถ้าเจ้าหน้าที่เดินเข้ามาที่ล็อบบี้ของคุณพรุ่งนี้เช้า คุณจะรู้ทันทีไหมว่าใบอนุญาตของคุณหมดอายุเมื่อไร และประตูหนีไฟชั้น 3 ตอนนี้ล็อกอยู่หรือเปล่า หรือคุณต้องเดินไปดูก่อนถึงจะตอบได้?

อยากไล่เช็กสถานะใบอนุญาตกับความพร้อมด้านความปลอดภัยของโรงแรมคุณ หรือวางแผนทยอยลงทุนปรับปรุงในช่วง low season โดยกระทบรายได้น้อยที่สุด — ทักมาคุยกันได้เลย

LINEปรึกษาได้ @BoydWee

Spread the love
Exit mobile version