ภาพประกอบเรื่องเล่าโรงแรม พนักงานหน้าเคาน์เตอร์เลือกรหัสราคาส่วนลดให้แขกที่เดินเข้ามาเอง และผลของราคาที่ไม่มีเงื่อนไขต่อ ADR

ห้องเต็มเท่าเดิม ราคาป้ายเท่าเดิม แต่ RevPAR ไหลลงทุกเดือน

Pricing

เรื่องของโรงแรม boutique แห่งหนึ่ง ที่ไม่เคยลดราคาสักครั้ง แต่กลับขายถูกลงเรื่อย ๆ เพราะประตูบานหนึ่งเปิดค้างไว้โดยไม่มีใครสังเกต

เรื่องเล่าสถานการณ์จำลอง · ตัวละครและโรงแรมเป็นเรื่องแต่งเพื่อให้เห็นบริบทจริง ไม่ใช่บุคคลหรือกิจการจริง

เย็นวันพุธ ล็อบบี้เล็ก ๆ ของโรงแรม boutique 40 ห้องในเมืองเชียงใหม่ยังเงียบอยู่ แสงสุดท้ายของวันลอดบานเกล็ดไม้ลงมาเป็นทางบนพื้นซีเมนต์ขัดมัน ฟ้ายืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้ตัวเตี้ย ตรงหน้าเธอมีแขกคู่หนึ่งเพิ่งวางเป้ลงกับพื้น ผิวแดงจากแดดที่โดนมาทั้งวัน ผู้ชายยิ้มแล้วถามขึ้นว่า “พี่ครับ คืนนี้มีราคาพิเศษไหมครับ”

ฟ้าเลื่อนสายตาลงบนหน้าจอ บรรทัดบนคือราคาปกติของคืนนั้น บรรทัดถัดมาเป็น Rate Code ตัวหนึ่งที่ค้างอยู่ในระบบมาตั้งแต่ต้นปี ตัวเลขต่ำกว่ากันไม่มาก และไม่มีช่องไหนบนหน้าจอเขียนไว้เลยว่าใครมีสิทธิ์ใช้ Rate Code ตัวนั้นได้บ้าง

เธอเงยหน้าขึ้นมายิ้ม “มีค่ะ เดี๋ยวจัดให้นะคะ”

แล้วกดเลือกบรรทัดที่สอง ใช้เวลาไม่ถึง 3 วินาที ไม่มีใครเสียหาย แขกได้ราคาที่พอใจ โรงแรมได้ห้องที่ขายออก ในคืนนั้นไม่มีอะไรผิดปกติเลยสักอย่าง และถ้ามีใครถามฟ้าว่าทำไมถึงกดบรรทัดนั้น เธอคงตอบว่าเพราะมันอยู่ตรงนั้น และไม่เคยมีใครบอกว่าห้ามใช้

✦ ✦ ✦

Rate Code ตัวนั้นเกิดขึ้นเมื่อ 8 เดือนก่อน ตอนที่บอมบ์ตกลงสัญญากับบริษัทออกแบบแห่งหนึ่งย่านนิมมานฯ ได้สำเร็จ เงื่อนไขคือส่วนลดจากราคาปกติ แลกกับจำนวนคืนที่บริษัทรับปากว่าจะส่งมาให้ตลอดปี เขาภูมิใจกับสัญญานั้นมาก และในวันนั้นเขาก็ทำทุกอย่างถูกต้อง

สิ่งเดียวที่ไม่มีใครเขียนไว้ คือใครบ้างที่จะใช้ราคานี้ได้ และต้องยืนยันอย่างไรว่าเป็นคนของบริษัทนั้นจริง

เดือนต่อ ๆ มา บอมบ์เอา Rate Code ตัวนี้ไปแจกในงาน networking บ้าง ส่งให้เพื่อนของลูกค้าที่ทักมาถามบ้าง “ให้ไปเถอะ อย่างน้อยเขาก็มาพักกับเรา ดีกว่าไปนอนที่อื่น” เขาบอกกับตัวเองแบบนั้นทุกครั้ง และทุกครั้งมันก็ฟังดูมีเหตุผลดี

Rate Code ตัวเดียวกันยังนอนอยู่ในช่องกรอกโค้ดของหน้าเว็บจองตรงด้วย ใครพิมพ์ถูกก็ได้ราคานั้นไป

✦ ✦ ✦

สิ้นเดือนตุลาคม พี่เอนั่งอยู่หัวโต๊ะไม้ยาวในห้องอาหารที่ยังไม่เปิดบริการ กางรายงานสองแผ่นวางเทียบกัน แผ่นซ้ายของปีที่แล้ว แผ่นขวาของปีนี้

“ปีนี้เราขายห้องได้มากกว่าปีที่แล้ว” เขาพูดพลางเคาะนิ้วลงบนกระดาษ “ราคาหน้าเว็บก็ไม่เคยลดสักบาท ผมยืนยันได้ เพราะผมเป็นคนไม่ให้ลดเอง แล้วทำไมเงินที่เข้ามาต่อห้องมันน้อยลงล่ะ”

พลอยเงยหน้าจากจอ “หนูขอดึงรายงานแยกตาม Rate Code ก่อนนะคะ”

✦ ✦ ✦

บ่ายวันนั้นพลอยเปิดรายงานที่แทบไม่มีใครในโรงแรมเคยเปิด นั่นคือสัดส่วนห้องที่ขายออกไป แยกตาม Rate Code แต่ละตัว

เดือนนั้นโรงแรมขายห้องได้ราว 840 คืน มาจาก 40 ห้องคูณ 30 วัน ที่อัตราการเข้าพักราว 70% ในกองนั้น ห้องที่ออกไปด้วย Rate Code ของบริษัทย่านนิมมานฯ มีอยู่ราว 10-15% หรือประมาณ 84-126 คืน

เธอเปิดอีกไฟล์ขึ้นมาวางเทียบ เป็นรายชื่อการจองที่ส่งมาจากบริษัทนั้นจริง ๆ ตัวเลขสองชุดไม่ใกล้เคียงกันเลย

“แล้วที่เหลือเป็นใครคะ” ฟ้าถามขึ้นมาจากอีกฝั่งของโต๊ะ

“เป็นแขกที่เดินเข้ามาเอง เป็นคนที่หาโค้ดเจอในกลุ่มออนไลน์ เป็นเพื่อนของเพื่อน” พลอยตอบ “ทุกคนน่ารักหมดนะ แล้วทุกคนก็จ่ายราคาปกติได้ทั้งนั้น ถ้าไม่มีบรรทัดที่สองวางไว้ให้เลือก”

ส่วนต่างต่อคืนอยู่ที่ 220 บาท เธอพิมพ์ลงเครื่องคิดเลข 84 คูณ 220 ได้ 18,480 แล้วลองอีกที 126 คูณ 220 ได้ 27,720

ตัวเลขต่อคืนเล็กจนไม่มีใครสะดุดตา และนั่นคือเหตุผลเดียวที่ไม่มีใครสะดุดตามาตลอด 8 เดือน แต่พอเธอคูณด้วย 12 หน้าจอขึ้นเป็นราว 220,000 ถึง 330,000 บาทต่อปี บนห้องชุดเดิม แขกกลุ่มเดิม และงานเท่าเดิมทุกอย่าง

พลอยนั่งมองตัวเลขนั้นอยู่นาน แล้วพูดเบา ๆ “เราไม่ได้ลดราคาเลยสักครั้งค่ะพี่ เราแค่เปิดประตูราคาถูกทิ้งไว้ แล้วก็แปลกใจว่าทำไมคนเดินเข้าประตูนั้น”

✦ ✦ ✦

บอมบ์เป็นคนแรกที่พูดขึ้น น้ำเสียงเบากว่าปกติ “ผมนึกมาตลอดว่าผมกำลังหาลูกค้าเพิ่มให้โรงแรม”

“บอมบ์หาลูกค้าเพิ่มจริง” พี่เอตอบ “แต่บางคนในนั้นเป็นลูกค้าที่เรามีอยู่แล้ว เขาแค่ย้ายไปจ่ายถูกลง”

พลอยหันจอมาให้ทุกคนดู “หนูไม่ได้จะขอขึ้นราคานะคะ ราคาปกติเท่าเดิมได้เลย สิ่งที่หนูอยากขอคือ ทุกราคาที่ถูกกว่าราคาปกติ ต้องมีเงื่อนไขติดอยู่ด้วย”

“เงื่อนไขแบบไหน” พี่เอถาม

“ราคาของบริษัท ต้องจองผ่านอีเมลบริษัทหรือมีรหัสพนักงานยืนยัน” พลอยไล่ทีละข้อ “ถ้าอยากมีราคาถูกไว้ขายคนทั่วไปด้วยก็ได้ค่ะ แต่ให้จองล่วงหน้า 14 วันและจ่ายทันที คืนเงินไม่ได้ ส่วนคนที่อยากยกเลิกได้ เปลี่ยนวันได้ เดินเข้ามาคืนนี้พักคืนนี้ คนนั้นจ่ายราคาปกติ”

ฟ้าพยักหน้าช้า ๆ “แปลว่าหนูไม่ต้องเป็นคนตัดสินใจเรื่องราคาที่หน้าเคาน์เตอร์อีกแล้วใช่ไหมคะ”

“ใช่” พลอยตอบ “ที่ผ่านมาเราปล่อยให้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าแขกเป็นคนตัดสินเรื่องราคา ทั้งที่มันควรถูกตัดสินไว้ก่อนแล้วตั้งแต่ในระบบ”

พี่เอเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วเคาะโต๊ะเบา ๆ “งั้นเริ่มเดือนหน้า ทุก Rate Code ในระบบต้องมีคนเขียนกำกับไว้ว่าใครใช้ได้และใช้อย่างไร ตัวไหนไม่มีเจ้าของ ปิดไปก่อน”

ไตรมาสถัดมา จำนวนห้องที่ขายได้แทบไม่ต่างจากเดิม ราคาปกติก็ยังเท่าเดิมทุกบาท สิ่งที่ขยับคือรายได้เฉลี่ยต่อห้อง และ RevPAR ที่ขึ้นมาโดยไม่มีใครต้องออกไปหาแขกเพิ่มแม้แต่คนเดียว

ผมเล่าเรื่องของฟ้า บอมบ์ พลอย และพี่เอ ให้ฟัง เพราะนี่คือการรั่วแบบที่หาไม่เจอในงบกำไรขาดทุน ไม่มีบรรทัดไหนเขียนว่า “ส่วนลดที่ไม่ได้ตั้งใจจะให้” มันซ่อนตัวอยู่ใน ADR ที่ค่อย ๆ ต่ำลงทีละหลักสิบบาท จนกว่าจะมองย้อนกลับไปทั้งปีถึงจะเห็นว่ามันใหญ่แค่ไหน

ส่วนลดไม่ใช่ตัวเลข ส่วนลดคือประตู และประตูที่ไม่มีเงื่อนไขติดไว้ ไม่ใช่กลยุทธ์ราคา มันคือรูรั่วที่บังเอิญมีชื่อเรียกเพราะ ๆ แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ แทบทุกโรงแรมมี Rate Code แบบนี้ค้างอยู่อย่างน้อยหนึ่งตัว ตัวที่คนสร้างลาออกไปแล้ว ตัวที่ทำไว้ให้อีเวนต์ที่จบไปตั้งแต่ปีก่อน ตัวที่เคยเปิดไว้ตอนตลาดเงียบแล้วไม่มีใครกล้าปิด

เรื่องนี้แก้เองได้ ไม่ต้องใช้เครื่องมือราคาแพง แค่นั่งลงเปิดรายการ Rate Code ทั้งหมดในระบบ แล้วถามทีละตัวว่าใครใช้ได้บ้างและต้องพิสูจน์อย่างไร จุดที่ยากจริง ๆ คือการรู้ว่าโรงแรมของตัวเองรั่วผ่าน Rate Code ตัวไหนมากที่สุด เพราะแต่ละที่เปิดประตูทิ้งไว้คนละบาน และต้องเห็นตัวเลขจริงถึงจะชี้ได้ถูก ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วนึกไม่ออกว่าตอนนี้ในระบบของตัวเองมี Rate Code อยู่กี่ตัว นั่นแหละคือคำตอบที่ชัดที่สุดแล้วว่าควรเริ่มตรงไหน

แหล่งอ้างอิงตัวเลข: ส่วนลดของราคาบริษัท (corporate/negotiated rate) อยู่ที่ราว 10-30% ต่ำกว่าราคาปกติ (BAR) และค่ากลางของโปรแกรมองค์กรขนาดใหญ่อยู่ที่ 14.2% ในปี 2024 ตาม HRS Group 2025 Hotel Procurement Report สรุปไว้โดย Rate Ranger และ Travel Code — เรื่องนี้เลือกใช้ปลายต่ำสุดคือ 10% เท่านั้น เพื่อไม่ให้ความเสียหายดูใหญ่เกินจริง · อัตราการเข้าพักในเรื่องตั้งไว้ที่ 70% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั้งประเทศปี 2026 ที่ Krungsri Research ประเมินไว้ที่ 72.0% และระบุว่าโรงแรมนอกเมืองท่องเที่ยวหลักจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนั้น · ADR 2,200 บาท เป็นสมมติฐานของผมเอง ไม่ได้อ้างอิงแหล่งใด เพราะตัวเลข ADR เฉลี่ยทั้งประเทศที่เผยแพร่กันต่างกันหลายเท่าตามประเภทที่พักและวิธีเก็บข้อมูล · สัดส่วน 10-15% ของห้องที่ไหลไปอยู่บนราคาที่ไม่มีเงื่อนไข ก็เป็นสมมติฐานของผมเองเช่นกัน เท่าที่ผมค้น ยังไม่มีงานวิจัยไหนเผยแพร่ตัวเลขนี้ไว้ · หลักการ rate fence อ้างอิงเชิงแนวคิดจาก Xotels ซึ่งอธิบายหลักการไว้แต่ไม่ได้เผยแพร่ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ใด ๆ · เรื่องเล่าและตัวละครทั้งหมดเป็นสถานการณ์จำลอง

อยากรู้ว่าในระบบของโรงแรมตัวเองมี Rate Code อยู่กี่ตัว และตัวไหนกำลังเปิดประตูทิ้งไว้ ส่งรายงานรายได้แยกตาม Rate Code ย้อนหลัง 3 เดือนมาทาง LINE เดี๋ยวผมช่วยไล่ดูให้ว่า Rate Code ตัวไหนควรติดเงื่อนไข ตัวไหนควรปิด — ทักมาคุยกันก่อนได้ ไม่ต้องรีบ

LINEปรึกษาได้ @BoydWee

Spread the love
Scroll to Top
English ↗