Site icon ไม่มีใครสอน กูสอน-การตลาดโรงแรมยุคใหม่ Drive ด้วย Data

ตั้งราคาเป็นแค่ 1 ใน 4 งาน — Revenue Management โรงแรมบริหารอะไรบ้าง

A man in a navy blazer and yellow shirt stands in front of a red background with white text that reads: Revenue Management ไม่ใช่แค่ตั้งราคา, Keyword Series: Foundations, and by BoydWee.

GUSORNHAIHotel Revenue Management
Revenue Management · Foundations

ตั้งราคาเป็นแค่ 1 ใน 4 งาน — Revenue Management โรงแรมบริหารอะไรบ้าง

ลดราคาให้ห้องเต็ม = เสียกำไรทางหนึ่ง · ตั้งแพงสุด = เสียกำไรอีกทาง — revenue management คือศิลปะการขายของที่มีจำกัดให้ได้กำไรสูงสุด

Revenue Management บริหาร 4 เสาพร้อมกัน — ราคา (price), ความต้องการ (demand), ช่องทางขาย (channel), และจังหวะเวลา (time) — โดยใช้ข้อมูลเป็นตัวตัดสิน ไม่ใช่แค่ขยับราคาขึ้นลง การตั้งราคาเป็นแค่เสาเดียว ที่เหลือคือพยากรณ์ demand ให้แม่น เลือก channel ที่เหลือกำไร และคุมว่าจะขายห้องไหนช่วงเวลาไหน · อยากได้นิยามเต็มกับแผนที่หัวข้อทั้งหมด อ่านที่ คู่มือ Hotel Revenue Management ฉบับสมบูรณ์

โรงแรม A ขายเต็ม 100% กับโรงแรม B ขายได้ 75% ใครทำกำไรมากกว่า? คำตอบคือ “ยังบอกไม่ได้” — และนั่นคือจุดเริ่มของ revenue management

สมมติ (ตัวอย่างประกอบ): A 100 ห้องเต็มที่ ADR 1,000 = 100,000/คืน · B ขาย 75 ห้องที่ ADR 1,500 = 112,500/คืน — B ขายห้องน้อยกว่าแต่ทำเงินมากกว่า แถมเหนื่อยน้อยกว่า ใช้ผ้า/แรงงานน้อยกว่า นี่คือเหตุผลที่ RM ไม่วัดด้วย Occupancy อย่างเดียว แต่วัดด้วย RevPAR

แก่นจริงๆ: บริหาร 4 อย่างด้วยข้อมูล

  • Demand — รู้ว่าใครจะมาและมาเมื่อไหร่ ผ่าน Forecast + Pace
  • Pricing — ตั้งราคาตาม Demand ไม่ใช่ราคาเดียวค้างทั้งปี (high ตั้งถูก=เสียกำไร, low ตั้งแพง=ห้องว่าง)
  • Inventory — ปล่อยห้องประเภทไหน ขายให้ใครก่อน กันห้องไว้ขายคนที่จ่ายแพงในนาทีสุดท้าย
  • Distribution — ขายผ่านช่องทางไหนเหลือกำไรมากสุด (OTA commission สูงกินกำไร)

ทั้ง 4 ทำงานพร้อมกันบนข้อมูล ไม่ใช่ความรู้สึก — นี่คือสิ่งที่แยก revenue management ออกจากการ “ตั้งราคาเฉยๆ”

ทำไมไม่ใช่ “ตั้งราคาให้แพงที่สุด”

เพราะห้องพักคือสินค้าที่ หมดอายุทุกเที่ยงคืน ห้องที่ขายไม่ออกคืนนี้ เก็บไว้ขายพรุ่งนี้ไม่ได้ รายได้หายถาวร ตั้งแพงเกิน Demand = ห้องว่าง ตั้งถูกเกิน = ทิ้งกำไร RM คือการหา “จุดที่ใช่” ระหว่างราคากับอัตราขาย ในแต่ละวัน แต่ละ Segment โดยมี Rate Floor เป็นกรอบกันราคาตกต่ำกว่าต้นทุน

โรงแรมเล็กทำได้ไหม? ทำได้ และควรเริ่มวันนี้

RM ไม่ใช่เรื่องของเชนใหญ่ที่มี RMS แพงเท่านั้น โรงแรม 15 ห้องใช้หลักคิดเดียวกันได้ ต้องมีแค่ 2 อย่าง: อ่านตัวเลขตัวเองเป็น (Occupancy, ADR, Pace) และกล้าขยับราคาตาม Demand เครื่องมือค่อยเพิ่มเมื่อโตขึ้น — RM ไม่ใช่ขนาดโรงแรม แต่เป็นวิธีคิดในการตัดสินใจ

เริ่มเดินสายนี้ไปด้วยกัน

ถ้าอ่านถึงตรงนี้แล้ว “เอ๊ะ” ว่าเราอาจไล่ตาม Occupancy จนลืมกำไร — นั่นคือก้าวแรกที่ถูกแล้ว RM ไม่ต้องเก่งหมดในวันเดียว แต่สั่งสมจากการอ่านตัวเลข + กล้าทดลองปรับราคาทีละก้าว

โรงแรมคุณตอนนี้ตัดสินใจราคาจากอะไร — Demand จริง หรือความรู้สึก/ราคาคู่แข่ง? คอมเมนต์เล่าให้ฟัง · กด save · แชร์ให้ทีมที่ดูแลราคา

คำถามที่พบบ่อย

Revenue management คืออะไร?
กระบวนการขายห้องพักให้ได้รายได้และกำไรสูงสุดจากห้องที่มีจำกัด ด้วยการบริหารราคา ความต้องการ จำนวนห้องที่ปล่อยขาย และช่องทางการขายพร้อมกัน โดยตัดสินใจจากข้อมูล (Forecast, Pace) ไม่ใช่ความรู้สึก
Revenue management ทำอะไรบ้าง?
4 อย่าง: (1) พยากรณ์ Demand (2) ตั้งราคาตาม Demand (3) บริหาร inventory ว่าขายห้องไหนให้ใครก่อน (4) เลือก distribution channel ที่เหลือกำไรมากสุด วัดผลด้วย RevPAR, ADR, Occupancy, GOPPAR
โรงแรมเล็กจำเป็นต้องทำไหม?
จำเป็น และทำได้โดยไม่ต้องมีซอฟต์แวร์แพง เริ่มจากอ่านตัวเลขตัวเองให้เป็น (Occupancy, ADR, Pace) และกล้าขยับราคาตาม Demand แทนตั้งราคาเดียวทั้งปี เพราะ RM คือวิธีคิด ไม่ได้ขึ้นกับขนาด
หมายเหตุ: ตัวเลขตัวอย่าง (ADR/Occupancy/รายได้) เป็นตัวอย่างประกอบ ปรับตามจริง
GUSORNHAI · Hotel Revenue Management
Spread the love
Exit mobile version