ทำไมตลาดที่ติดลบ ตะวันออกกลาง -24.9% เกาหลีใต้ -19% ถึงสำคัญน้อยกว่าคำถามว่าปีนี้สายการบินไหนกลับมาบินตรงเข้าไทย เพราะนั่นคือตัวที่ตัดสินว่า Segment ไหนมาเต็มห้องคุณครึ่งปีหลัง
- แหล่งข่าวและสาระหลัก: Nation Thailand (11 มิ.ย. 2569) รายงานว่า คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. แถลงคงเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติ 33 ล้านคน รายได้ 1.55 ล้านล้านบาท ทั้งที่ 5 เดือนแรกมีต่างชาติ 14.03 ล้านคน ติดลบ 2.3% ตลาดตะวันออกกลางติดลบ 24.9% เกาหลีใต้ติดลบ 19% แต่จีนกลับมาโต 18.4% อินเดียโต 8% สวีเดนและโปแลนด์ยังโต
- ทำไมเรื่องนี้สำคัญ: เป้า 33 ล้านไม่ใช่ตัวที่ควรอ่าน ตัวจริงคือ 2 คันโยกด้านการเข้าถึงที่ ททท. กำลังดึง คือการเร่งที่นั่งสายการบินกลับมาให้เกิน 100% ของปี 2019 (British Airways, สายการบิน LOT ของโปแลนด์, Vietjet เปิดเส้นทางใหม่) และการรีเซ็ตนโยบายวีซ่า 2 อย่างนี้ตัดสินว่า Segment ไหนเข้าถึงไทยได้จริง
- สัญญาณการลงมือทำ: เช็คว่า source market หลักของโรงแรมอยู่ฝั่งที่กำลังได้ที่นั่งเพิ่ม (ยุโรป ตลาด Long-haul) หรือฝั่งที่แผ่ว (มาเลเซีย เกาหลีใต้) แล้วปรับ Forward Booking และราคาตามคันโยกที่ขยับจริง ไม่ใช่ตามตัวเลขเป้ารวม
เห็นพาดหัว “ททท. คงเป้า 33 ล้านคน” เมื่อวานกันรึยัง?
ส่วนใหญ่อ่านแล้วก็คิดว่า “ก็เป้าเดิม สู้ต่อทั้งที่ตะวันออกกลางและราคาน้ำมันกดดัน” แล้วเลื่อนผ่าน เพราะรู้สึกว่าเป็นข่าวระดับนโยบายที่ไกลตัวโรงแรม
เอาตรง ๆ ผมว่าถ้าหยุดอ่านแค่ตรงตัวเลขเป้า คุณพลาดของสำคัญที่สุดในข่าวนี้ไป
Nation Thailand รายงานเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ว่า คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. แถลงว่ายังคงเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติ 33 ล้านคน รายได้ 1.55 ล้านล้านบาท แม้ 5 เดือนแรกของปีจะมีต่างชาติเข้ามา 14.03 ล้านคน ติดลบ 2.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
เลขที่ผมว่าควรกัดใจกว่า 33 ล้าน คือ ททท. กำลังพึ่ง 2 คันโยกด้านการเข้าถึงเพื่อไปให้ถึงเป้านั้น คือที่นั่งสายการบินและนโยบายวีซ่า เพราะ 2 อย่างนี้ต่างหากที่ตัดสินว่าตลาดไหนจะเดินทางเข้าไทยได้จริง
คำถามที่ค้างคือ แม้โรงแรมคุณจะไม่ใช่คนกำหนดนโยบายระดับชาติ คุณจะอ่านแผนที่การเข้าถึงนี้แล้วขยับ source mix ตามทันไหม หรือจะปล่อยให้มันเป็นแค่ “ข่าวแถลงเป้าประจำปี”
▍ ทำไม ททท. ยังคงเป้า 33 ล้านคนปี 2569 ทั้งที่ 5 เดือนแรกติดลบ แล้วคันโยกที่ดึงจริงคืออะไร?
เริ่มจากข้อเท็จจริงก่อน คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มิ.ย. ว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยได้รับผลจากความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ดันราคาน้ำมันขึ้น กระทบต้นทุนสินค้าและเศรษฐกิจโลก แต่ ททท. ยังคงเป้าต่างชาติ 33 ล้านคน รายได้ 1.55 ล้านล้านบาท และตลาดในประเทศ 200.4 ล้านคน-ครั้ง รายได้ 1.1 ล้านล้านบาท
ภาพ 5 เดือนแรกบอกว่าทำไมเป้านี้ถึงท้าทาย ต่างชาติเข้ามา 14.03 ล้านคน ใกล้เคียงปีก่อนที่ 14.36 ล้านคน ติดลบเล็กน้อย 2.3% สร้างรายได้ 679,274 ล้านบาท แต่เมื่อแยกเป็นรายตลาดจะเห็นภาพที่ไม่เท่ากัน ตลาดไกลที่โดนหนักคือตะวันออกกลางติดลบ 24.9% และแอฟริกาติดลบ 4% ส่วนยุโรปและสหรัฐฯ ยังทรงตัวใกล้ระดับปีก่อน
ฝั่งที่ยังโตก็มี ตลาดสแกนดิเนเวียและยุโรปตะวันออก โดยเฉพาะสวีเดนโต 14.3% นอร์เวย์โต 10.9% โปแลนด์โต 16.9% และคาซัคสถานโต 8.3% ส่วนตลาดใกล้ จีนกลับมาโตเด่น 18.4% คิดเป็น 2.3 ล้านคน อินเดียยังโตดี 8% ที่ 1 ล้านคน แต่อาเซียนกลับชะลอ ติดลบราว 14% จากการหดของตลาดมาเลเซีย
นี่คือจุดที่ผมว่าน่าสนใจ เมื่อจำนวนหัวรวมหดแต่ ททท. อยากให้รายได้คงเส้น ตัวแปรที่เหลือไม่ใช่การป่าวประกาศเป้า แต่คือการทำให้ตลาดที่ใช้จ่ายสูงเดินทางเข้ามาได้จริง และตรงนี้เองที่ ททท. หยิบ 2 คันโยกด้านการเข้าถึงขึ้นมาเล่น
คันโยกแรกคือที่นั่งสายการบิน ททท. ตั้งเป้าดึงที่นั่งกลับมาให้เกิน 100% ของปี 2019 จากปัจจุบันที่หลายตลาดฟื้นเพียงราว 80-90% ฝั่งตลาดไกล ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมคือ British Airways กลับมาบินตรงจากลอนดอนและแมนเชสเตอร์เข้ากรุงเทพฯ และสายการบิน LOT ของโปแลนด์ที่จะเปิดบินตรงจากโปแลนด์เข้าไทยครั้งแรกในเดือนกรกฎาคมนี้ ขณะที่ฝั่งตลาดใกล้ สายการบิน Vietjet เปิดเส้นทางใหม่จากฮานอยสู่อุดรธานีและขอนแก่น
คันโยกที่สองคือวีซ่า คณะรัฐมนตรีมีมติยกเลิกสิทธิยกเว้นวีซ่า 60 วันสำหรับ 93 ประเทศ โดยปรับลงเหลือ 30 วัน ซึ่ง ททท. ประเมินว่ากระทบจำกัด เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่พักเฉลี่ยไม่ถึง 30 วันอยู่แล้ว ส่วนตลาดอินเดียที่ต้องกลับไปใช้ Visa on Arrival กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เสนอให้พิจารณายกเว้นวีซ่า 15 วัน เพราะอินเดียพักเฉลี่ยราว 9 วัน
💡 BoydWee เห็นว่า — เป้า 33 ล้าน คือ “ปลายทาง” แต่ที่นั่งสายการบินกับวีซ่า คือ “ถนน”
เอาตรง ๆ ผมว่าเวลาอ่านข่าวแถลงเป้าแบบนี้ คนชอบไปจดจ้องที่ตัวเลขปลายทาง 33 ล้าน ทั้งที่ตัวเลขนั้นบอกอะไรกับการตัดสินใจของโรงแรมน้อยมาก
ลองคิดแบบนี้ จำนวนหัวที่จะเข้ามาได้จริง ถูกล็อกด้วยถนน 2 สายก่อนเสมอ คือมีเที่ยวบินพาเขามาไหม และเข้าเมืองง่ายแค่ไหน เป้าจะตั้งสวยแค่ไหน ถ้าไม่มีที่นั่งกับวีซ่ารองรับ ก็เป็นแค่ตัวเลขบนสไลด์
นั่นแหละจุดที่ผมว่าข่าวนี้มีค่ากับโรงแรมจริง ๆ เพราะ ททท. เปิดแผนที่ถนนให้ดูหมดแล้วว่าปีนี้กำลังลงทุนเปิดทางให้ตลาดไหน ยุโรปเหนือที่ยังโต บวกที่นั่งบินตรงจากอังกฤษและโปแลนด์ที่กำลังกลับมา คือสัญญาณว่าตลาดไกลฝั่งนี้กำลังจะเข้าถึงไทยได้ง่ายขึ้นปลายปี
กลับกัน ตลาดที่แผ่ว อย่างมาเลเซียที่ฉุดอาเซียนติดลบ และเกาหลีใต้ที่ติดลบ 19% คือฝั่งที่แรงส่งด้านการเข้าถึงกำลังอ่อน ใครที่ผูกรายได้ไว้กับ 2 ตลาดนี้เป็นหลัก ต้องเริ่มถามตัวเองว่าจะหาตลาดสำรองจากไหน
ประเด็นไม่ใช่ว่าโรงแรมเล็กจะไปแย่งตลาด Long-haul กับเชนใหญ่ได้ทันที แต่คือการอ่านออกว่ากระแสการเข้าถึงกำลังไหลไปทางไหน แล้วจัดของกับราคาให้ยืนอยู่ในกระแสนั้น ดีกว่ายืนสวนทางแล้วงงว่าทำไมห้องไม่เต็ม
▍ ผลกระทบกับโรงแรมไทยใน 3 กรอบเวลา
⏱ 3-6 เดือน (ครึ่งปีหลังนี้): โรงแรมควรปรับ source mix ตามเส้นทางบินที่กลับมา หรือยังรอ demand เดิม?
ครึ่งปีหลังคือช่วงที่ที่นั่งสายการบินที่กลับมาจะเริ่มแปลงเป็นการเดินทางจริง โรงแรมที่พึ่งตลาดเดียวอยู่ในจุดเสี่ยงที่สุด
ถ้า source market หลักของโรงแรมเป็นมาเลเซียหรือเกาหลีใต้ที่กำลังแผ่ว แต่ที่นั่งใหม่กำลังกลับมาทางยุโรปและเส้นทางในประเทศ การนั่งรอ demand เดิมให้กลับมาเองคือการเสียจังหวะให้คู่แข่ง
สิ่งที่ทำได้คือดูว่าเส้นทางบินที่เพิ่มเข้ามาตรงกับตลาดที่โรงแรมมีของขายอยู่แล้วหรือไม่ แล้วเตรียมราคากับช่องทางขายให้ตรงกลุ่มที่กำลังได้ที่นั่งเพิ่ม ก่อนที่คนอื่นจะจับจอง demand ก้อนนั้นไปก่อน
📅 6-12 เดือน: ถ้าสายการบินยุโรปกลับมาบินตรง + วีซ่าเหลือ 30 วัน ตลาด Long-haul จะเปลี่ยน Forward Booking ปลายปีอย่างไร?
ตลาด Long-haul จองล่วงหน้านานกว่าและอยู่นานกว่าตลาดใกล้ ถ้าที่นั่งบินตรงจากยุโรปกลับมาเต็มที่ช่วงไฮซีซั่นปลายปี โรงแรมที่วางของขายตรงกลุ่มนี้จะเข้าปลายปีด้วย Forward Booking ที่แน่นขึ้น และพึ่งการจองนาทีสุดท้ายผ่าน OTA น้อยลง
ส่วนการลดสิทธิยกเว้นวีซ่าจาก 60 วันเหลือ 30 วัน ททท. ประเมินว่ากระทบจำกัด เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่พักเฉลี่ยไม่ถึง 30 วันอยู่แล้ว
กลุ่มที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคืออินเดียที่กลับไปใช้ Visa on Arrival ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เสนอให้พิจารณายกเว้นวีซ่า 15 วัน เพราะอินเดียพักเฉลี่ยราว 9 วัน และยังเป็นตลาดที่โตต่อเนื่อง โรงแรมที่รับแขกอินเดียควรติดตามว่าเงื่อนไขจะลงตัวแบบไหน เพราะมันกระทบตรงต่อความง่ายในการตัดสินใจเลือกไทย
🔭 2-3 ปี: ถ้าเกมการเข้าถึง ที่นั่งบินกับวีซ่า กลายเป็นตัวกำหนดถาวร โรงแรมที่ผูกกับตลาดเดียวจะเปราะแค่ไหน?
ทิศทางที่ ททท. เดินมาทั้งปีคือเน้นคุณค่ามากกว่าจำนวนหัว และข่าวนี้ตอกย้ำว่ากำลังวางเดิมพันบนการเข้าถึงเป็นหลัก
ถ้าที่นั่งสายการบินและนโยบายวีซ่ากลายเป็นตัวกำหนดถาวรว่าตลาดไหนเข้าถึงไทยได้ง่าย โรงแรมที่ผูกรายได้เกือบทั้งหมดไว้กับตลาดเดียวจะเปราะมาก เพราะวันที่สายการบินตัดเที่ยวบินหรือวีซ่าตลาดนั้นเปลี่ยน รายได้จะหายเป็นก้อนโดยที่โรงแรมคุมเองไม่ได้เลย
ทางกันคือกระจาย source mix ให้ครอบทั้งตลาดใกล้และตลาดไกล และสร้างของขายที่ยืดหยุ่นพอจะขายได้หลายกลุ่ม เพื่อให้ความเสี่ยงด้านการเข้าถึงไม่ตกอยู่กับตลาดเดียว นี่คือเกมระยะยาวที่เริ่มวันนี้ได้เลย ไม่ต้องรอให้เจ็บก่อน
⚡ ประโยชน์สำหรับโรงแรมไทย — 3 ขั้นที่ทำได้สัปดาห์นี้
- วางตลาดต้นทางจริงของโรงแรมข้างแผนที่การเข้าถึงของ ททท. — เขียนสัดส่วน source market จริงของโรงแรมออกมาเป็นตัวเลข แล้ววางข้างข้อมูล ททท. ว่าตลาดไหนกำลังได้ที่นั่งเพิ่ม เช่น ยุโรปและเส้นทางในประเทศ และตลาดไหนกำลังแผ่ว เช่น มาเลเซียและเกาหลีใต้ เพื่อดูว่าโรงแรมเอนไปฝั่งได้เปรียบหรือเสียเปรียบด้านการเข้าถึง
- จัดของขายและราคาให้ตรงตลาดที่กำลังได้ที่นั่งเพิ่ม — ถ้าที่นั่งบินตรงจากยุโรปกำลังกลับมา ให้เตรียมของขายที่ตรงกับ Long-haul ที่อยู่นานและจ่ายต่อหัวสูง เช่น แพ็กเกจพักยาวและประสบการณ์ที่ขายราคา Premium ได้ พร้อมตั้งราคาขายส่งแบบ Wholesale ที่ยังเหลือส่วนต่างกำไร ไม่ใช่ไล่ลดราคาตามตลาดเดิม
- เปิดทางเชื่อมตลาดใหม่ และวัดผลก่อนขยาย — ติดต่อบริษัททัวร์หรือผู้ค้าส่งที่โฟกัสตลาดที่กำลังได้ที่นั่งเพิ่ม เช่น ยุโรปเหนือหรือเส้นทางในประเทศใหม่ ทดลองทำสัญญากับ 8-15 รายก่อน แล้ววัดว่ากลายเป็นการจองจริงกี่ราย ถ้าได้ผลค่อยขยาย
(เงื่อนไขราคาและตัวสินค้าต่อโรงแรมต่างกัน — ตัวอย่างในบทความเป็นภาพประกอบ ขอเทียบและขอใบเสนอราคาตรงเสมอ)
สิ่งที่ ททท. ไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ คือ ตัวเลขเป้า 33 ล้านเป็นพาดหัวที่อ่านง่าย แต่แผนที่ที่นั่งสายการบินและนโยบายวีซ่าที่ซ่อนอยู่ในข่าวต่างหาก คือข้อมูลที่ใช้วางแผนได้จริงตลอดครึ่งปีหลัง
โรงแรมที่อ่านแผนที่การเข้าถึงนี้ออกแล้วขยับ source mix ให้ตรง จะได้เปรียบตอนไฮซีซั่น ส่วนคนที่อ่านว่า “ก็แค่ข่าวแถลงเป้า” ก็จะตัดสินใจราคาตามคู่แข่งไปวัน ๆ
คำถามที่ค้างคือ คุณจะใช้แผนที่ที่นั่งบินกับวีซ่าชุดนี้เป็นเข็มทิศจัดตลาดและราคาปลายปี หรือจะรอดูว่าห้องเต็มหรือไม่เต็มแล้วค่อยตามแก้อีกรอบ ผลลัพธ์ปลายปีต่างกันมาก



