
ต่างชาติเที่ยวไทย -2.96% แต่คนไทยเที่ยวไทย +2% — โจทย์ Low Season ที่โรงแรมต้องอ่านก่อน “ไทยเที่ยวไทยพลัส”
ทำไมตัวเลขต่างชาติสะสม -2.96% ไม่ใช่โจทย์จริงของ ก.ย.-ต.ค. — แต่เป็นความต้องการในประเทศที่กำลังโต และหน้าต่าง Co-Payment ที่จ่อเข้า ครม. สิ้นเดือนนี้
- กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (รายงาน 24 ส.ค. 69): สัปดาห์ 16-22 ส.ค. ต่างชาติเข้าไทย 556,400 คน ลด 9.18% จากสัปดาห์ก่อน; สะสม 1 ม.ค.-22 ส.ค. 20.32 ล้านคน -2.96% YoY แต่ไทยเที่ยวไทย 130.94 ล้านคน-ครั้ง +2.05% YoY
- ความต้องการต่างชาติชะลอเข้า Low Season ก.ย.-ต.ค. ขณะที่ความต้องการในประเทศยังโต + รัฐเตรียม Co-Payment “ไทยเที่ยวไทยพลัส” (สมาคมโรงแรมไทยดันเปิด 1 ก.ย.) — โจทย์ RM เปลี่ยนจาก “รอต่างชาติกลับ” เป็น “จับความต้องการในประเทศโดยไม่ทิ้งวินัยราคา”
- ตรวจ source market mix แล้วตั้ง rate floor สำหรับ Low Season ก่อนหน้าต่าง Co-Payment เปิด ไม่ใช่ไล่ Occupancy จน RevPAR หลุดแบบที่กรุงเทพฯ เจอครึ่งปีแรก
เอาตรง ๆ พอเห็นพาดหัว “ต่างชาติเที่ยวไทยสะสมติดลบ 2.96%” หลายคนก็ถอนหายใจแล้วเลื่อนผ่าน เพราะมันเป็นข่าวลบที่ได้ยินมาทั้งปี แต่ในรายงานสถานการณ์ท่องเที่ยวชุดเดียวกันของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ รมว.สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล เปิดเผยเมื่อ 24 ส.ค. 2569 มีอีกบรรทัดที่ผมว่าคนทำโรงแรมควรอ่านก่อน นั่นคือ คนไทยเที่ยวไทยสะสม 130.94 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 2.05% สร้างรายได้ 757,459 ล้านบาท +1.90%
พูดง่าย ๆ คือความต้องการที่ยังโต อยู่ในบ้าน ไม่ใช่ต่างแดน และมันมาพอดีกับจังหวะที่รัฐกำลังจะเปิดมาตรการร่วมจ่าย (Co-Payment) “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ให้ทัน Low Season ก.ย.-ต.ค. ถ้าคุณเป็น GM หรือ Revenue Manager ที่ยังตั้งหน้าตั้งตารอตลาดต่างชาติกลับมาอย่างเดียว คุณอาจกำลังจ้องผิดตัวเลข
▍ ทำไมต่างชาติเที่ยวไทยสะสม -2.96% แต่คนไทยเที่ยวไทยกลับ +2%?
เริ่มจากภาพสัปดาห์ล่าสุดก่อน สัปดาห์ 16-22 ส.ค. 2569 มีต่างชาติเข้าไทย 556,400 คน ลดลง 9.18% จากสัปดาห์ก่อนหน้า เฉลี่ยวันละ 79,486 คน โดยตลาดระยะใกล้ (Short-haul) อยู่ที่ 384,778 คน ลด 4.7% สาเหตุหลักคือจีนเข้าสู่ปลายช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ทำให้ 5 ชาติแรกของสัปดาห์เป็น จีน 110,271 คน (-10.65%), มาเลเซีย 62,845 คน (+4.66%), อินเดีย 37,307 คน (-9.11%), ไต้หวัน 25,348 คน (+7.95%) และญี่ปุ่น 22,291 คน (-27.31%)
กระทรวงฯ ยังคาดว่าสัปดาห์ 23-29 ส.ค. จะชะลอต่อ เพราะหลายตลาดจบช่วงหยุดฤดูร้อน และมีปัจจัยความอ่อนไหวของตลาดมาเลเซียจากข่าวสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่เผยแพร่ในสื่อมาเลเซีย (ตามที่กระทรวงฯ ระบุ) นี่คือลักษณะของ Low Season ที่กำลังจะมาถึง
ทีนี้มองภาพสะสมทั้งปี ต่างชาติ 20.32 ล้านคน -2.96% YoY รายได้ 984,320 ล้านบาท -2.72% โดยตลาดหลักยังเป็นจีน 3.44 ล้านคน, มาเลเซีย 2.56 ล้านคน, อินเดีย 1.49 ล้านคน, รัสเซีย 1.16 ล้านคน และเกาหลีใต้ 0.75 ล้านคน แต่เส้นที่สวนขึ้นคือไทยเที่ยวไทย +2.05% ทั้งจำนวนและรายได้ นี่คือความต่างที่บอกว่าจะเติมห้องว่างช่วง Low Season ควรมองไปทางไหนก่อน
💡 BoydWee เห็นว่า — ความต้องการที่ยังโต อยู่ในบ้าน ไม่ใช่ต่างแดน
ตัวเลขต่างชาติติดลบเป็นเรื่องจริงและต้องแก้ในระยะยาว แต่สำหรับการตัดสินใจ ก.ย.-ต.ค. ที่ต้องทำสัปดาห์นี้ ความต้องการที่พร้อมเติมห้องว่างมากที่สุดคือคนไทย ผมมองว่านี่คือเหตุผลที่รัฐเลือกใช้เครื่องมือ Co-Payment กระตุ้นในประเทศ ไม่ใช่มาตรการดึงต่างชาติ เพราะต่างชาติช่วง Low Season ถูกกำหนดโดยปฏิทินปิดเทอมและเที่ยวบินระยะไกล ซึ่งเราคุมไม่ได้
โจทย์จึงเปลี่ยนจาก “ทำอย่างไรให้ต่างชาติกลับ” เป็น “เราพร้อมรับความต้องการในประเทศที่กำลังจะถูกอัดฉีดหรือยัง โดยไม่เผลอลดราคาลึกจนทำลายฐาน ADR ของตัวเอง”
ตัวเลขที่เตือนใจ: Occupancy ขึ้น ไม่ได้แปลว่า RevPAR ขึ้น
ข้อมูลจริงครึ่งแรกปี 2569 จาก Knight Frank สะท้อนกับดักที่ Low Season ชอบพาไป — 2 ตลาด เล่นคนละเกม:
อ่านให้ขาด: กรุงเทพฯ ขายห้องได้มากขึ้น (Occupancy +1.1%) แต่ยอมลดราคา (ADR -2.1%) สุดท้าย RevPAR ยังลด ส่วนภูเก็ตขายห้องได้น้อยลงแต่รักษาราคาได้ RevPAR กลับโต นี่คือตัวเลขจริง H1 2569 (Knight Frank) ไม่ใช่การประมาณการ — บทเรียนคือช่วง Low Season ที่ความต้องการอ่อน การไล่ Occupancy ด้วยการลดราคา มักจบที่ RevPAR หลุด
▍ แล้วโรงแรมแต่ละแบบต้องทำอะไร — แยกตามกรอบเวลา
⏱ 3-6 เดือนนี้ (ก.ย. 69-ก.พ. 70): โรงแรมควรวางราคา Low Season อย่างไรก่อน Co-Payment เปิด?
ก.ย.-ต.ค. คือ Low Season ที่ความต้องการต่างชาติอ่อนสุด สิ่งที่ควรทำคือตั้ง rate floor ที่ปกป้อง ADR แล้วรอให้ Co-Payment เป็นตัวเติมความต้องการในประเทศช่วงวันธรรมดา ไม่ใช่ใช้เป็นข้ออ้างลดราคาซ้ำ ที่ต้องระวังคือจังหวะเปิดโครงการ นายกสมาคมโรงแรมไทย เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ เตือนไว้ตรง ๆ ว่า ถ้าเปิดจองสิทธิ์ 1 ต.ค. จะคาบเกี่ยว High Season (พ.ย.-ก.พ.) ที่ราคาห้องปรับขึ้นตามธรรมชาติอยู่แล้ว คนไทยอาจเข้าใจผิดว่าโรงแรมฉวยโอกาส สมาคมฯ จึงดันให้เปิด 1 ก.ย. แทน ถ้าคุณเตรียมแพ็กเกจไว้ล่วงหน้า คุณจะได้ประโยชน์ไม่ว่ารัฐจะเคาะวันไหน
📅 6-12 เดือน: ถ้า source market หลักอย่างจีนและมาเลเซียผันผวน ควร rebalance มาความต้องการในประเทศแค่ไหน?
สัปดาห์ล่าสุดจีนลด 10.65% ญี่ปุ่นลด 27.31% และกระทรวงฯ เองก็เตือนว่ามาเลเซียอาจอ่อนไหว โรงแรมที่รายได้พึ่ง source market เดียวเกิน 30% คือกลุ่มเสี่ยงสุด ทางกระจายไม่ได้มีแค่ไทยเที่ยวไทย แต่รวมถึงตลาดที่ยังโตจากเที่ยวบินเพิ่ม เช่น ไต้หวันที่ขยับจากอันดับ 6 ขึ้นมาอันดับ 4 ในสัปดาห์เดียว ลองดูว่า mix ของคุณเปราะตรงไหน แล้วค่อย ๆ สร้างช่องทางและแพ็กเกจรองรับกลุ่มที่ยังเดินหน้า
🔭 2-3 ปี: เมื่อกรุงเทพฯ มี pipeline 17,590 ห้อง จะรักษา pricing power อย่างไร?
Knight Frank ระบุว่ากรุงเทพฯ มีห้องพักรอเปิดอีก 17,590 ห้อง หรือ 16.7% ของ supply ปัจจุบัน ในปี 2570-2571 โดย 80-89% เป็น Luxury และ Upscale เกมจึงเลื่อนจากระดับเมืองไปสู่ระดับ submarket โรงแรมที่ผลิตภัณฑ์คล้ายคู่แข่งและจับลูกค้ากลุ่มเดียวกันจะถูกลากเข้าสงครามราคาก่อน ทางรอดคือสร้างความต่างของประสบการณ์และฐานความต้องการเฉพาะทางตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่รอให้ supply ทะลักแล้วค่อยแข่งด้วยราคา
⚡ ประโยชน์สำหรับโรงแรมไทย — 3 ขั้น เริ่มได้สัปดาห์นี้
- ตรวจ source market mix และวันธรรมดาที่อ่อนที่สุด: ดึงข้อมูล 8 สัปดาห์ย้อนหลังว่ารายได้พึ่ง source market ใดเกิน 30% และวันไหนของสัปดาห์ที่ Occupancy หลุดต่ำสุด เพื่อรู้ว่าความต้องการในประเทศต้องเข้ามาเติมช่องไหน
- ตั้ง rate floor และเตรียมความพร้อมรับ Co-Payment: กำหนดราคาต่ำสุดที่ยังปกป้อง ADR สำหรับ Low Season และตรวจว่าโรงแรมจดทะเบียนถูกต้องพร้อมเข้าร่วมไทยเที่ยวไทยพลัสได้ทันทีที่เปิดจองสิทธิ์
- ทดลองแพ็กเกจในประเทศ 2-3 สัปดาห์: ออกแพ็กเกจวันธรรมดาที่ผูกมูลค่าเพิ่ม เช่น อาหารเช้าหรือ late check-out แทนการลดราคาหน้าห้อง แล้ววัด RevPAR เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า เพื่อดูว่าความต้องการในประเทศเติมได้จริงโดยไม่ทิ้งวินัยราคา
หมายเหตุ: รายละเอียดสิทธิ์ วงเงิน และวันเปิดโครงการไทยเที่ยวไทยพลัสยังรอมติ ครม. โปรดยึดประกาศทางการเป็นหลักก่อนสื่อสารกับลูกค้า
▍ สรุปให้เห็นทางเลือก
ภาพใหญ่ตอนนี้ชัดว่าปี 2569 ต่างชาติน่าจะยังติดลบต่ำกว่า 3% ตามที่สมาคมโรงแรมไทยประเมิน และไตรมาส 4 ค่อยลุ้น High Season แต่ระหว่างทางมี Low Season ก.ย.-ต.ค. ที่ต้องผ่านให้ได้ก่อน คำถามที่วางบนโต๊ะคุณคือ จะใช้ช่วงนี้ไล่ Occupancy ด้วยการลดราคาจน RevPAR หลุดแบบกรุงเทพฯ ครึ่งปีแรก หรือจะตั้งวินัยราคาไว้แล้วปล่อยให้ความต้องการในประเทศ บวกแรงหนุนจาก Co-Payment เป็นตัวเติมห้องว่าง
ไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกโรงแรม โรงแรมในเมืองรองที่พึ่งคนไทยสูงกับรีสอร์ตภูเก็ตที่พึ่งตลาดระยะไกล ย่อมเลือกไม่เหมือนกัน แต่จุดร่วมคือ ต้องรู้ mix ของตัวเองและตั้งเพดาน-พื้นราคาไว้ก่อนหน้าต่างจะเปิด
ถ้าอยากลองคิดด้วยกันว่าโรงแรมของคุณควรตั้ง rate floor ช่วง Low Season ไว้ตรงไหน และจะจับความต้องการในประเทศอย่างไรไม่ให้ ADR หลุด — ทักมาคุยกันได้เลย
อินโฟเควสท์ — ยอดนักท่องเที่ยวสะสม 20 ล้านคน คาดวีคนี้ต่างชาติเข้าไทยชะลอ () ·
กรุงเทพธุรกิจ — โรงแรม กทม. ห้องพักล้น ฉุดราคา สวนทางภูเก็ต (Knight Frank) () ·
กรุงเทพธุรกิจ — ส.โรงแรมไทย แนะรัฐคิกออฟ ไทยเที่ยวไทยพลัส เริ่ม 1 ก.ย. 69 () ·
กรุงเทพธุรกิจ — 3 มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว งบ 2,450 ล้านบาท ()



