A man in a yellow shirt and blue jacket holds a thermometer, sitting at a desk with papers. Behind him is a beach scene, a hotel model showing 30 occupancy, and bold Thai text about low occupancy rates.

TAT หั่นเป้านักท่องเที่ยวเหลือ 30 ล้านคน — พัทยา Occupancy เหลือแค่ 30% และเสียงเรียกร้องขอรับเงินอุดหนุนจากรัฐดังกระหึ่มทั่วอุตสาหกรรม

ถ้าคุณดู Pickup Report ของโรงแรมช่วงนี้แล้วรู้สึกว่ามันเงียบผิดปกติ — ไม่ใช่แค่ความรู้สึก ตัวเลขที่ออกมาล่าสุดบอกชัดว่าอุตสาหกรรมโรงแรมไทยกำลังเผชิญกับ Low Season ที่หนักกว่าทุกปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT) ประกาศลดเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 จาก 35 ล้านคนเหลือ 30 ล้านคน หลังจากเดือนเมษายนยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติร่วงลง 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่ค่อยได้เห็นในช่วงหลัง Songkran

สถานการณ์ที่พัทยาหนักกว่าใคร ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า Occupancy ในเดือนพฤษภาคมของโรงแรมพัทยาร่วงมาอยู่ที่ 30% — จากที่เคยอยู่ระดับ 60-70% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขาดหายไปเกือบครึ่ง ส่วน Khao San Road ก็เงียบเหงา ยอด Booking หลัง Songkran ร่วง 20% YoY ฟากทิศใต้อย่าง Phuket, Krabi, และ Phangnga บางโรงแรมรายงานว่า Occupancy หายไปถึง 50% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ในมุมมองของ BoydWee นี่ไม่ใช่แค่วิกฤต Demand ธรรมดา — มันคือผลสะสมของหลายตัวแปรที่ระเบิดพร้อมกัน ทั้งค่าน้ำมันที่พุ่งจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้ต้นทุนบินสูงขึ้น ค่า Airport Tax ที่กำลังขึ้นจาก 730 บาทเป็น 1,120 บาทในเดือนมิถุนายน และการปรับทัศนคติของนักท่องเที่ยวหลายกลุ่มที่เริ่มเลือกจุดหมายอื่น สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ Forward Booking ที่อ่อนแอในช่วงนี้อาจส่งผลต่อ Q3 ได้ถ้าไม่รีบดำเนินการ

🏨 โรงแรมไทยที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

โรงแรมในพัทยาและเมืองชายทะเลทางตะวันออกอยู่ในสถานการณ์ที่วิกฤตที่สุด โดยเฉพาะโรงแรมระดับ 3-4 ดาวที่พึ่งพา Russian Tourists และ European Beach Travelers ซึ่งทั้งสองกลุ่มหายไปพร้อมกัน สำหรับ Phuket, Krabi, Koh Samui โรงแรมที่ไม่มี Wellness หรือ MICE Product จะรู้สึกถึงแรงกดดันมากกว่า เพราะ Leisure International Demand กำลังอ่อนแอ สำหรับ Bangkok โรงแรม Midscale ที่พึ่งพา OTA และ Leisure Tourist จะยังยากอยู่ ขณะที่โรงแรม Business Hotel ที่มี Corporate Segment แข็งแกร่งอาจรับมือได้ดีกว่า

⚡ BoydWee แนะนำ Action Required สัปดาห์นี้

ก้าวแรกที่ทำได้เลยวันนี้คือดึง Pickup Pace Report เทียบ 30-60-90 วันข้างหน้า แล้วดูว่า Booked Room Nights ต่ำกว่า STLY (Same Time Last Year) มากแค่ไหน ถ้าต่ำกว่า 20% ขึ้นไป ให้พิจารณาเปิด Flash Deal หรือ Non-refundable Rate ในช่วง Shoulder Period ที่ Demand ยังอ่อน อย่ารอให้ช่วงสุดท้ายแล้วค่อย Drop Rate เพราะจะยิ่งทำลาย ADR ในระยะยาว พร้อมกันนั้นให้ตรวจสอบว่าคุณมีสัดส่วน Domestic Segment ในพอร์ตเพียงพอหรือไม่ เพราะนักท่องเที่ยวไทยคือ Buffer ที่ดีที่สุดในช่วง Low International Demand

📊 BoydWee ชวนคิดเป็นตัวเลข

โรงแรมพัทยา 200 ห้อง ที่ปีก่อน Occ เดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 65% (= 130 ห้องต่อคืน) ADR 1,800 บาท ปีนี้ถ้า Occ ร่วงเหลือ 30% (= 60 ห้อง) รายได้ Room Revenue ต่อวันหายไป (130 – 60) × 1,800 = 126,000 บาท/วัน หรือเกือบ 3.9 ล้านบาทต่อเดือน ตัวเลขนี้คือเหตุผลที่ทำไมผู้ประกอบการพัทยาต้องออกมาเรียกร้องมาตรการช่วยเหลือจากรัฐ ก้าวต่อไปที่สำคัญคือการลด Cash Fixed Cost ลงทันทีในสิ่งที่ทำได้ เช่น Utility, Outsource Labor และรักษา Cash Flow ให้พาผ่านช่วง Q3 ไปได้ก่อน

Spread the love
Scroll to Top