A man in a dark blazer and yellow shirt stands in front of a red background with large Thai text and smaller English text about inventory and selling rooms.

GUSORNHAIHotel Revenue Management
Revenue Management · Inventory

MLOS คืออะไร — เครื่องมือกัน “คืนทองคำขายดี แต่โรงแรมเก็บเงินได้น้อยกว่าที่ควร”

คอนเสิร์ตใหญ่ทำคืนเสาร์ขายหมดเกลี้ยง คุณดีใจว่าชนะ — แต่ถ้าศุกร์กับอาทิตย์ห้องยังว่าง คุณอาจเพิ่งปล่อยรายได้ทั้งสุดสัปดาห์หลุดมือ

คำตอบสั้น

MLOS (Minimum Length of Stay) คือเงื่อนไขกำหนดว่าการจองในวันนั้นต้องพักขั้นต่ำกี่คืนถึงจะรับ เช่น MLOS 2 = รับเฉพาะจอง 2 คืนขึ้นไป จุดประสงค์คือกันการขายคืน peak เดี่ยวๆ จนคืนข้างเคียง (shoulder days) ที่ขายยากต้องว่าง อยู่ในตระกูล stay controls เดียวกับ MaxLOS, CTA (Closed to Arrival), CTD (Closed to Departure)

คืนเสาร์ที่มี event ใหญ่ ดีมานด์พุ่ง คุณขายห้องคืนเสาร์เดี่ยวๆ ได้หมดที่ ADR 3,000 เต็มทุกห้อง บนหน้าจอดูเหมือนชัยชนะ — แต่ revenue manager มือดีจะหยุดคิด เพราะคนที่มาเพื่อ event ถ้าจองคืนเดียวได้ก็จองคืนเดียว พอเสาร์เต็ม คืนศุกร์กับอาทิตย์ที่ปกติขายยากก็ไม่มีใครเติม สุดสัปดาห์ทองที่ควรเป็นเงินทั้งก้อน เหลือแค่คืนเดียวที่ทำเงิน

ทำไมถึงเป็นแบบนี้ — ห้องเป็นสินค้าที่หมดอายุทุกคืน

คืนศุกร์ที่ขายไม่ออกวันนี้ พรุ่งนี้เก็บมาขายใหม่ไม่ได้ (perishable inventory) การปล่อยให้แขกจองคืน peak แบบเดี่ยวๆ จึงเท่ากับยอมแลกรายได้คืน shoulder ทั้งสองข้างทิ้ง เพื่อเก็บคืนเดียวที่ยังไงก็ขายได้อยู่แล้ว นี่คือจุดที่ MLOS เข้ามาทำงาน

สถานการณ์ (ห้องเดียว สุดสัปดาห์ event) รายได้
ไม่ตั้ง MLOS: ขายเสาร์เดี่ยว 3,000 (ศุกร์+อาทิตย์ ว่าง) 3,000
MLOS 2: บังคับคร่อม เสาร์ 3,000 + shoulder 1,800 4,800

ตัวอย่างประกอบ ไม่ใช่ตัวเลขจริง — ส่วนต่าง 1,800/ห้องคือรายได้คืน shoulder ที่ปกติขายแทบไม่ออก แต่เก็บได้เพราะ event เป็นตัวลาก คูณจำนวนห้องแล้วไม่ใช่เงินเล็ก

แต่ที่ต้องระวัง — MLOS ไม่ใช่ “ยิ่งตั้งแรงยิ่งดี”

ถ้าตั้ง MLOS 3 ทั้งที่ event มีคืนเดียว แขกจำนวนมากที่อยากพัก 1–2 คืนจะจองไม่ได้ แล้วไปคู่แข่งที่ไม่ตั้งเงื่อนไข สุดท้ายคุณอาจได้ห้องว่างแทนรายได้เพิ่ม นี่คือเหตุผลที่ stay controls ต้องใช้คู่กับ forecast ที่แม่น + ดู OTB/pickup รายวัน ไม่ใช่ตั้งทิ้งไว้ลอยๆ

CTA / CTD — เครื่องมือที่ละเอียดกว่า

แทนที่จะบังคับจำนวนคืน CTA/CTD บังคับ “ทิศทาง” การพัก — CTA ปิดไม่ให้เริ่ม check-in วันนั้น (คนพักคร่อมมาจากคืนก่อนยังเข้าได้) เหมาะกับคืนที่อยากให้พักต่อเนื่องมา ส่วน CTD ปิดไม่ให้ check-out วันนั้น ดันให้พักยาวอีกคืน แม่นกว่าแต่ต้องเข้าใจ demand pattern ก่อนใช้

ดูปฏิทินคืน event ครั้งหน้าของคุณ

คืนไหนขายดีจนน่าตกใจ แต่คืนข้างๆ ยังนิ่ง — นั่นคือคืนที่ MLOS อาจเปลี่ยนสุดสัปดาห์ธรรมดาให้เก็บได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เริ่มจากสมมติฐานเบาๆ MLOS 2 เฉพาะคืน peak แล้วเฝ้าดู pickup ว่าแขกรับได้ไหม ค่อยๆ ปรับไปด้วยกัน

เคยเจอคืน event ที่ขายดีแต่รู้สึกว่า “น่าจะเก็บได้มากกว่านี้” ไหม? คอมเมนต์เล่าให้ฟัง · เซฟไว้เปิดก่อนคืน high-demand รอบหน้า

คำถามที่พบบ่อย

MLOS คืออะไร?
Minimum Length of Stay — เงื่อนไขกำหนดจำนวนคืนพักขั้นต่ำสำหรับการจองในวันที่ระบุ เช่น MLOS 2 = รับเฉพาะการจองที่พัก 2 คืนขึ้นไป จองคืนเดียวจองไม่ได้ ใช้เกลี่ย demand จากคืนที่ขายดีไปคืนที่ขายยาก
CTA กับ CTD ต่างกันยังไง?
CTA (Closed to Arrival) ปิดไม่ให้ check-in วันนั้น แต่คนพักคร่อมจากคืนก่อนยังเข้าได้ ส่วน CTD (Closed to Departure) ปิดไม่ให้ check-out วันนั้น ดันให้พักยาวอีกคืน ทั้งคู่คุม “ทิศทาง” การพัก ต่างจาก MLOS ที่คุม “จำนวนคืน”
ควรตั้ง MLOS ตอนไหน ไม่ให้เสียลูกค้า?
ตั้งในคืน demand สูงผิดปกติ (event/เทศกาล) โดยดู forecast + OTB/pickup ประกอบ อย่าตั้งแรงเกินจำนวนคืนที่ demand มีจริง เช่น event คืนเดียวไม่ควร MLOS 3 เพราะดันแขกพักสั้นไปคู่แข่ง เริ่มจาก MLOS 2 เฉพาะคืน peak แล้วเฝ้าดู pickup
หมายเหตุ: ตัวเลข ADR/shoulder ในตัวอย่างเป็นตัวอย่างประกอบ ปรับตามจริง
GUSORNHAI · Hotel Revenue Management
Spread the love
Scroll to Top
English ↗