ภาพสื่อถึงเที่ยวบินระยะใกล้จากมาเลเซียสู่เมืองท่องเที่ยวไทย สื่อถึง demand short-haul ที่โรงแรมไทยควรวางสินค้ารับแทนการหั่นราคา

AirAsia จับมือ TAT เซ็นข้อตกลง 3 ปี ดันเที่ยวบินมาเลเซีย–ไทย 123 เที่ยว/สัปดาห์ — บทเรียน demand ระยะใกล้ที่โรงแรมไทยมองข้าม

Market Demand

📚 บทเรียนจากข่าว · Case Study

ทั้งวงการจ้องตลาดจีนที่ยังไม่ฟื้น จนเกือบลืมว่าตลาดต้นทางอันดับ 2 อย่างมาเลเซียกำลังถูกล็อกที่นั่งบินระยะยาว 3 ปี — คำถามคือใครวางสินค้ารับ short-haul กลุ่มนี้ไว้แล้ว

TL;DR:
  • แหล่งข้อมูลและสาระหลัก: TTR Weekly รายงานเมื่อ 15 กรกฎาคม 2569 อ้างข้อมูลจาก AirAsia ว่า AirAsia Group กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT) เซ็นข้อตกลงความร่วมมือ 3 ปี ครอบคลุมปี 2026-2029 ปัจจุบันมี 123 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ระหว่างมาเลเซีย-ไทย เชื่อม 8 เส้นทางตรง และครึ่งปีแรก 2026 บินผู้โดยสารกว่า 1 ล้านคน
  • ทำไมเรื่องนี้สำคัญ: ที่นั่งบินคือเพดานของ demand ที่เข้าประเทศได้ ข้อตกลง 3 ปีบวกการตลาดร่วม จึงเท่ากับล็อกฐาน demand ระยะใกล้ (short-haul) จากมาเลเซียไว้ระยะยาว ไม่ใช่โปรโมชันวูบเดียว และมาเลเซียคือตลาดต้นทางอันดับ 2 ของไทย รองจากจีน
  • สัญญาณการลงมือทำ: โรงแรมใน 5 เมืองปลายทางที่มีเที่ยวบินตรง (กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ หาดใหญ่) ควรวัดขนาด segment มาเลเซีย และทำแพ็กเกจสุดสัปดาห์ที่รักษา ADR ไว้ แทนการหั่นราคาเข้าหา demand ที่กำลังถูกเติมอยู่แล้ว

เมื่อ 15 กรกฎาคม 2569 TTR Weekly รายงานอ้างข้อมูลจาก AirAsia ว่า สายการบิน AirAsia กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT) ลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อความร่วมมือ 3 ปี ครอบคลุมปี 2026 ถึง 2029 โดยจะทำการตลาดร่วมกัน เปิดเส้นทางบินใหม่ และแลกเปลี่ยนข้อมูลตลาดเพื่ออ่านพฤติกรรมนักเดินทาง ปัจจุบันกลุ่มสายการบินให้บริการ 123 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ระหว่างมาเลเซียกับไทย ผ่านหน่วยธุรกิจทั้งฝั่งมาเลเซียและฝั่งไทย เชื่อม 8 เส้นทางตรง และครึ่งปีแรกของปี 2026 บินผู้โดยสารระหว่างสองประเทศไปแล้วกว่า 1 ล้านคน ผู้บริหารระดับสูงของ AirAsia ระบุว่าตัวเลขผู้โดยสารกลุ่มนี้สะท้อน demand การเดินทางระหว่างสองประเทศที่แข็งแรง และความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยดันจำนวนนักท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้นอีก

เอาตรง ๆ ข่าวสายการบินจับมือหน่วยงานท่องเที่ยวปกติเป็นข่าวประชาสัมพันธ์ที่คนทำโรงแรมเลื่อนผ่าน แต่ผมว่าอันนี้ต่าง เพราะตัวเลขที่ซ่อนอยู่กำลังบอกเรื่อง demand ที่เราควรฟัง ขณะที่ทั้งวงการจ้องตลาดจีนที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ มาเลเซียซึ่งเป็นตลาดต้นทางอันดับ 2 ของไทยด้วยยอดราว 2.1 ล้านคนในช่วงต้นปีถึงต้นเดือนกรกฎาคม กลับกำลังถูกล็อกที่นั่งบินไว้ระยะยาว 3 ปี คำถามคือ ระหว่างที่หลายโรงแรมยังบ่นเรื่องนักท่องเที่ยวหาย มีใครวางสินค้ารับ demand ระยะใกล้กลุ่มนี้ไว้แล้วบ้าง

ทำไมการเพิ่มเที่ยวบินมาเลเซีย–ไทย ถึงเป็นสัญญาณ demand ที่โรงแรมไทยควรอ่าน ไม่ใช่แค่ข่าวสายการบิน?

เริ่มจากข้อเท็จจริงตามรายงานก่อน ตามที่ TTR Weekly สรุปจากข้อมูลของ AirAsia ปัจจุบันมี 123 เที่ยวบินต่อสัปดาห์เชื่อมมาเลเซียกับไทย ใน 8 เส้นทางตรง คือจากกัวลาลัมเปอร์ไปกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) เชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ และหาดใหญ่ จากปีนังไปกรุงเทพฯ และภูเก็ต และจากยะโฮร์บาห์รูไปกรุงเทพฯ นี่คือโครงข่ายที่ป้อนคนตรงเข้า 5 เมืองท่องเที่ยวหลักของไทย ไม่ใช่ผ่านเมืองต่ออีกที

หลักที่คนทำงานบริหารรายได้ของโรงแรมควรจับคือ ที่นั่งบินคือเพดานของ demand ที่เข้าประเทศได้จริง นักท่องเที่ยวจะอยากมาแค่ไหนก็ตาม ถ้าไม่มีที่นั่งก็มาไม่ได้ การที่สายการบินกับ TAT เซ็นข้อตกลง 3 ปีเพื่อรักษาและขยายเส้นทางเหล่านี้ พร้อมทำการตลาดร่วมกัน จึงไม่ใช่แค่โปรลดราคาตั๋วช่วงสั้น แต่คือการยืนยันว่าฐาน demand ระยะใกล้จากมาเลเซียจะถูกเติมต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งที่วางแผนล่วงหน้าได้ ต่างจาก demand ที่ผูกกับกระแสหรือค่าเงินที่มาแล้วก็หายไป

อีกชั้นที่ต้องเข้าใจคือ นักเดินทางระยะใกล้ (short-haul คือ ตลาดต้นทางที่บินถึงไม่เกิน 1-2 ชั่วโมง) มีพฤติกรรมต่างจากตลาดระยะไกล คนกลุ่มนี้บินถี่ ตัดสินใจไว พักสั้น และนิยมมาช่วงสุดสัปดาห์กับวันหยุดยาว โดยเฉพาะหาดใหญ่ที่เป็นตลาดมาเลเซียทั้งขับรถและบินมาแต่ไหนแต่ไร ส่วนภูเก็ตและกระบี่ก็รับครอบครัวมาเลเซียเป็นก้อนสำคัญ พฤติกรรมแบบนี้เปิดช่องให้ออกแบบสินค้าเฉพาะได้ ถ้าเรารู้ว่าเส้นทางไหนป้อนเมืองเรา

💡 BoydWee เห็นว่า — ที่นั่งบินคือเพดาน demand: จีนที่หาย vs มาเลเซียที่กำลังเติม

ผมว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ demand หายไปทั้งหมด แต่อยู่ที่วงการโฟกัสผิดจุด เราพูดถึงตลาดจีนที่ยังไม่กลับมาเต็มที่จนแทบกลายเป็นเสียงเดียวที่ได้ยิน ทั้งที่ตลาดต้นทางอันดับ 2 อย่างมาเลเซียกำลังถูกเติมที่นั่งบินระยะยาว 3 ปีตรงหน้า ในเชิงการบริหารรายได้ นี่คือความต่างที่สำคัญ เพราะ demand ที่มีที่นั่งบินรองรับแบบผูกสัญญาไว้ล่วงหน้า คือ demand ที่คาดเดาได้กว่า วางแผนราคาและสินค้าได้ก่อน ในขณะที่การนั่งรอจีนกลับมาเป็นการเดิมพันกับสิ่งที่เราคุมไม่ได้

แต่ต้องซื่อสัตย์กับตัวเลขด้วย ข้อตกลงแบบนี้คือการประกาศเจตนาและกรอบความร่วมมือ ไม่ใช่การรับประกันว่าที่นั่งจะเพิ่มทันทีหรือทุกเที่ยวจะเต็ม และที่นั่งบินที่มากขึ้นก็ไม่ได้แปลว่าห้องจะถูกจองโดยอัตโนมัติ มันแค่ยกเพดานให้สูงขึ้น ส่วนใครจะเก็บ demand ก้อนนั้นได้ ยังขึ้นกับสินค้าและการตลาดของแต่ละโรงแรม ที่สำคัญคือ ตัวเลข 123 เที่ยวบินเป็นภาพรวมของทั้งสองประเทศ โรงแรมแต่ละแห่งได้ประโยชน์ไม่เท่ากัน ขึ้นกับว่าเส้นทางจากกัวลาลัมเปอร์ ปีนัง หรือยะโฮร์บาห์รู เส้นไหนป้อนเมืองของคุณ นั่นสำคัญกว่าตัวเลขพาดหัวเสียอีก

Malaysian short-haul สุดสัปดาห์: หั่นราคา vs รักษา ADR + package — ต่างกันเท่าไร

ฐาน: ครอบครัวมาเลเซีย พัก 2 คืน สุดสัปดาห์ ADR 2,500 บาท/คืนรายได้ห้อง 5,000 บาท
ทางเลือก A: หั่นราคา 20% เหลือ 2,000 บาท เพื่อแย่ง demand ที่โตอยู่แล้วTRevPAR 4,000 บาท
ทางเลือก B: ถือ ADR 2,500 บาท + แพ็กเกจสุดสัปดาห์ที่จ่ายเพิ่ม 800 บาท/คืนTRevPAR 6,600 บาท
ผลต่าง B − A ต่อการเข้าพัก โดยไม่แตะฐาน ADR+2,600 บาท

ตัวเลขชุดนี้เป็นสมมติฐานที่เราสร้างขึ้นเพื่อให้เห็นหลักการ ไม่ใช่ตัวเลขจาก AirAsia, TAT หรือจากโรงแรมจริง สาระคือ เมื่อที่นั่งบินระยะยาวกำลังเติม demand ระยะใกล้จากมาเลเซียให้อยู่แล้ว การหั่นราคาเพื่อ “แย่ง” demand ที่โตอยู่แล้วมักได้ TRevPAR (รายได้รวมต่อห้องที่มี รวมทั้งค่าห้องและรายได้อื่น) ต่ำกว่าการรักษา ADR แล้วขายมูลค่าเพิ่มเข้าไป ทั้งนี้ add-on มีต้นทุนและ margin ของตัวเอง ต้องหักออกก่อน ตัวเลขจริงขึ้นกับต้นทุน เส้นทางบินที่ป้อนเมืองคุณ และราคาที่ลูกค้ายอมจ่าย ควรคำนวณจากข้อมูลของโรงแรมเอง

ผลกระทบกับโรงแรมไทยใน 3 กรอบเวลา

⏱ อีก 3-6 เดือน โรงแรมในเมืองที่มีเที่ยวบินตรงจากมาเลเซีย ควรทำ แพ็กเกจสุดสัปดาห์แบบไหนรับ short-haul กลุ่มนี้?

เริ่มจากดูก่อนว่าเมืองที่โรงแรมตั้งอยู่มีเส้นทางบินตรงจากมาเลเซียเส้นไหนป้อนอยู่ เพราะหาดใหญ่ ภูเก็ต และกระบี่รับ demand มาเลเซียคนละแบบกับเชียงใหม่หรือกรุงเทพฯ นักเดินทางระยะใกล้จากมาเลเซียมักบินไม่เกิน 1-2 ชั่วโมง เดินทางถี่ พักสั้น และนิยมมาช่วงสุดสัปดาห์และวันหยุดยาว

ถ้าคุณเป็น GM ของที่พัก 40-80 ห้องในหาดใหญ่หรือกระบี่ สิ่งที่พอทำได้ในกรอบนี้คือ ออกแบบแพ็กเกจสุดสัปดาห์ 2-3 คืนที่ตรงกับพฤติกรรมของครอบครัวมาเลเซีย เช่น อาหารที่รองรับมุสลิม การเช็กเอาต์สาย และกิจกรรมที่เด็ก ๆ ชอบ โดยตั้งราคาที่รักษา ADR (ราคาห้องเฉลี่ยต่อคืน) ของห้องไว้ แล้วบวกมูลค่าเข้าไปเป็น add-on แยกชิ้น แทนการหั่นราคาห้องเพื่อแย่ง demand ที่ที่นั่งบินกำลังเติมให้อยู่แล้ว

📅 อีก 6-12 เดือน ถ้าที่นั่งบินมาเลเซียเพิ่มจริงตามข้อตกลง ควรปรับ channel และ segment mix อย่างไร?

ถ้าที่นั่งเพิ่มตามข้อตกลง 3 ปี สิ่งที่ควรทำในกรอบนี้คือทำให้ segment มาเลเซียมองเห็นและวางแผนได้ เริ่มจากติดตามว่านักท่องเที่ยวมาเลเซียจองผ่านช่องทางไหน มี booking window สั้นยาวแค่ไหน และ LOS (Length of Stay หรือ จำนวนคืนที่พักเฉลี่ย) กี่คืน แล้วปรับการกระจายสินค้าให้ตรง เช่น เปิดการมองเห็นบน OTA ที่คนมาเลเซียใช้ ทำราคาสำหรับกลุ่มและ MICE ขนาดเล็กจากฝั่งมาเลเซีย และจัดปฏิทินราคาให้ล้อกับช่วงวันหยุดโรงเรียนและวันหยุดยาวของมาเลเซีย

ผมว่าจุดที่ต้องระวังคือ อย่าปล่อยให้ segment ระยะใกล้ที่ ADR มักต่ำกว่า มากินสัดส่วนจนกด ADR รวมของโรงแรมลงโดยไม่รู้ตัว การมี demand เข้ามาเยอะเป็นเรื่องดี แต่ต้องคุมว่าจะเปิดขายกลุ่มนี้เท่าไรในแต่ละวัน โดยเฉพาะวันที่มี demand กลุ่มอื่นที่จ่ายสูงกว่าเข้ามาด้วย นี่คือหัวใจของการทำ segment mix ให้สมดุล ไม่ใช่แค่ทำให้ห้องเต็ม

🔭 อีก 2-3 ปี ถ้าพึ่ง demand ระยะใกล้จากมาเลเซียมากขึ้น มีความเสี่ยงอะไร และควรกระจาย demand อย่างไร?

ความเสี่ยงคือการพึ่งตลาดต้นทางเดียวมากเกินไป ถ้าโรงแรมพึ่ง demand ระยะใกล้จากมาเลเซียเป็นก้อนใหญ่ เมื่อค่าเงินริงกิตอ่อน เศรษฐกิจมาเลเซียชะลอ หรือสายการบินปรับเส้นทาง demand ก้อนนี้ก็สั่นได้ทั้งก้อนพร้อมกัน อีกด้านคือ short-haul มักมี ADR ต่ำกว่า long-haul (ตลาดระยะไกลอย่างยุโรปหรือสหรัฐฯ ที่บินไกลและพักนานกว่า) การพึ่งระยะใกล้มากขึ้นจึงกด ADR เฉลี่ยลงถ้าไม่มี segment อื่นถ่วงไว้

ทางกระจายคือรักษาสมดุลของ segment mix ระหว่างระยะใกล้กับระยะไกล ระหว่างต่างชาติกับในประเทศ และสร้างเหตุผลให้คนมานอกฤดู ไม่ใช่พึ่งช่องทางหรือประเทศเดียว เรื่องการกระจายแหล่ง demand ไม่ให้พึ่งก้อนเดียวนี้ ผมเคยเขียนไว้ใน playbook การกระจายความเสี่ยง demand ช่วง green season ของโรงแรมไทย ลองเอาไปอ่านคู่กัน หลักคือ มองมาเลเซียเป็นฐานที่วางแผนได้เป็นเรื่องดี แต่ต้องไม่ให้กลายเป็นไข่ทั้งหมดในตะกร้าเดียว

⚡ ประโยชน์สำหรับโรงแรมไทย — Action 3 ขั้น เริ่มได้สัปดาห์นี้

  1. ตรวจสอบ: หาเส้นทางบินที่ป้อนเมืองคุณ แล้ว size segment มาเลเซียปัจจุบัน — เช็กว่าเมืองที่โรงแรมตั้งอยู่มีเที่ยวบินตรงจากมาเลเซียเส้นไหนป้อน (กัวลาลัมเปอร์ ปีนัง หรือยะโฮร์บาห์รู) แล้วดึงตัวเลขว่าปัจจุบันนักท่องเที่ยวมาเลเซียเป็นสัดส่วนเท่าไรใน segment mix และ pickup ของเรา เพื่อรู้ว่าเราเริ่มจากฐานตรงไหน
  2. จับคู่: ออกแบบแพ็กเกจสุดสัปดาห์สำหรับ short-haul มาเลเซียที่รักษา ADR — ทำแพ็กเกจสุดสัปดาห์หรือวันหยุดยาว 2-3 คืนที่ตรงกับพฤติกรรม short-haul คือพักสั้นและมาเป็นครอบครัว เช่น อาหารที่รองรับมุสลิม เช็กเอาต์สาย และกิจกรรมท้องถิ่น โดยตั้งราคาที่รักษา ADR ของห้องไว้ แล้วบวกมูลค่าเข้าไปแยกเป็น add-on
  3. ทดลอง: ปล่อย package แล้ววัด pickup และ TRevPAR ของ segment มาเลเซีย — ปล่อยแพ็กเกจผ่านช่องทางที่คนมาเลเซียใช้ แล้ววัดว่า pickup และ TRevPAR ของกลุ่มที่ซื้อแพ็กเกจ ดีกว่าการหั่นราคาห้องเพื่อแย่ง demand เดิมหรือไม่ ก่อนขยายไปยังช่วงวันหยุดยาวรอบถัดไป

(ตัวเลข 123 เที่ยวบิน 8 เส้นทาง และผู้โดยสารกว่า 1 ล้านคน มาจากรายงานของ TTR Weekly ที่อ้างข้อมูล AirAsia บทความนี้เป็นบทวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ควรตัดสินใจจากข้อมูลต้นทุนและ comp set ของโรงแรมเอง)

มองภาพใหญ่ ข่าวนี้ไม่ได้บอกว่าโรงแรมไทยกำลังทำผิด การจับตาตลาดจีนที่เคยเป็นก้อนใหญ่ที่สุดเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่สิ่งที่ข้อตกลง AirAsia กับ TAT เตือนคือ ระหว่างที่เรารอตลาดหนึ่งกลับมา อีกตลาดหนึ่งกำลังถูกเติมที่นั่งบินไว้ให้แล้วแบบผูกสัญญายาว 3 ปี และเป็นตลาดที่พฤติกรรมชัด วางแผนสินค้าได้ ถ้าเราเลือกจะทำ

คำถามที่อยากฝากไว้: รอบวันหยุดยาวหน้า โรงแรมของคุณจะหั่นราคาเข้าหา demand ระยะใกล้จากมาเลเซียที่ที่นั่งบินกำลังเติมให้อยู่แล้ว หรือจะวางสินค้าที่ตรงกับ short-haul กลุ่มนี้แล้วเก็บมูลค่าต่อการเข้าพักให้มากขึ้น สองทางนี้ได้ห้องเต็มเหมือนกัน แต่ทิ้งรายได้ไว้คนละก้อน

แหล่งข้อมูลหลัก: AirAsia and TAT launch three-year campaign — TTR Weekly (, อ้างข้อมูลจาก AirAsia) · ข้อมูลตลาดต้นทางจาก Nation Thailand (มาเลเซียเป็นตลาดต้นทางอันดับ 2 ราว 2.1 ล้านคน ต้นปีถึง 4 กรกฎาคม 2569)

อยากลอง size segment มาเลเซีย short-haul ของโรงแรมคุณ แล้วออกแบบแพ็กเกจสุดสัปดาห์ที่รักษา ADR ไว้ได้ ก่อนจะหั่นราคาเข้าหา demand ที่ที่นั่งบินกำลังเติมให้อยู่แล้ว — ทักมาคุยกันได้เลย

LINEปรึกษาได้ @BoydWee

Spread the love
Scroll to Top
English ↗