A man in a navy suit and yellow shirt stands in front of a red background with white Thai text and the words Keyword Series: Distribution and by BoydWee in English.

GUSORNHAIHotel Revenue Management
Revenue Management · Distribution

Channel Mix ที่ดีของโรงแรมควรเป็นเท่าไหร่? ทำไมห้องเต็มเท่ากันแต่กำไรคนละเรื่อง

โรงแรมสองแห่งในทำเลเดียวกัน ห้องเต็มเท่ากัน RevPAR เท่ากัน แต่สิ้นเดือนเงินต่างกันหลายแสน — ตัวแปรที่ซ่อนคือ Channel Mix

นอกจาก OTA และ direct ยังมี channel ประเภท metasearch อย่าง Google Hotel Ads ที่ควรนับรวมในภาพ Channel Mix

คำตอบสั้น

Channel Mix คือสัดส่วนยอดจองของโรงแรมที่มาจากแต่ละช่องทางขาย — Direct, OTA, Corporate, Wholesale, Group — สำคัญเพราะแต่ละช่องทางมีต้นทุนต่างกันมาก: Direct ~3–8% ขณะที่ OTA ~17–23% ห้องเต็มเท่ากัน กำไรจึงต่างกันได้หลักแสนต่อเดือน หลักปฏิบัติ: อย่าพึ่งช่องทางเดียวเกิน ~60% ของรายได้ และวัดแต่ละช่องทางด้วย Net RevPAR (รายได้หลังหักต้นทุนช่องทาง) ไม่ใช่ volume

โรงแรม A กับ B ติดกัน ขนาดเท่ากัน ขายคืนละ 2,000 เท่ากัน Occupancy 80% เท่ากัน ดูแค่ RevPAR คือ “เก่งเท่ากัน” แต่กาง Channel Mix ออกมา (ตัวอย่างประกอบ):

โรงแรม A โรงแรม B
OTA 80% (~20% comm.) 45% (~20%)
Direct 10% (~5%) 40% (~5%)
Corporate/Wholesale 10% 15%
net RevPAR ต่ำกว่า สูงกว่าชัด

ตัวอย่างประกอบ — gross RevPAR เท่ากัน แต่ทุกห้องที่ A ขายผ่าน OTA เสียค่าหัวคิวมากกว่าห้อง direct ของ B 3–4 เท่า เงินก้อนเดียวบนกระดาษ เหลือถึงมือไม่เท่ากัน

หลักการ 1: อย่าให้ช่องทางใดถือไพ่เกิน ~60%

เหตุผล 2 ชั้น: ชั้นแรก commission drag — ยิ่ง OTA สูง กำไรต่อห้องยิ่งบาง ชั้นสองที่คนมองข้ามคือ ความเสี่ยงเชิงอำนาจต่อรอง ถ้า OTA ปรับ commission/เปลี่ยน algorithm/ลด visibility โรงแรมที่พึ่งเขา 80% แทบไม่มีทางสู้ การกระจาย channel = ไม่เอาชะตากรรมไปฝากมือคนอื่น

หลักการ 2: direct ควรมีที่ยืน เพราะกำไรสูงสุด

direct ต้นทุน ~3–8% เทียบ OTA ~17–23% ส่วนต่างตกถึง bottom line ตรงๆ และ direct ไม่ได้แปลว่าเลิก OTA — OTA เป็น billboard ให้คนรู้จัก สิ่งที่ทำได้คือเปลี่ยนแขก OTA ให้กลับมาจองตรงครั้งหน้า สัดส่วน direct ที่เหมาะไม่เท่ากันทุกโรงแรม ประเด็นคือ “คุณรู้ตัวเลขตัวเองหรือยัง”

หลักการ 3: วัดด้วย net ไม่ใช่ volume

ถ้าทีมยังวัดด้วย “ห้องเต็มจากช่องไหนมากสุด” คุณกำลังให้รางวัลช่องที่อาจกินกำไรมากสุด เปลี่ยนมาคำนวณ net contribution ต่อ booking ต่อช่องทาง (ราคา − commission − ต้นทุนแปรผัน) แล้วจะเห็นว่าช่องที่ “ยอดสวย” บางอันเหลือเงินน้อยกว่าช่องที่ยอดเงียบกว่า

ลงมือกางตัวเลขของคุณเอง

Channel Mix ที่ดีไม่ได้มาจากลอกสัดส่วนโรงแรมอื่น แต่มาจากการกล้ากางรายได้ออกมาทีละช่องทาง แล้วถามว่า “ช่องนี้เหลือเงินเท่าไหร่จริงๆ”

แยกรายได้เดือนล่าสุดตาม channel หัก commission เรียง net contribution ดู — หลายคนจะเจอเซอร์ไพรส์ในแถวที่ไม่คาดคิด ทำแล้วเจออะไรมาเล่าในคอมเมนต์ · อยากได้เครื่องมือคำนวณต้นทุนต่อห้องแยกช่องทาง Room Cost Tool เวอร์ชันใหม่กำลังจะมา เข้า waitlist ที่ LINE @BoydWee พิมพ์โค้ด Roomcal

คำถามที่พบบ่อย

Channel Mix คืออะไร?
สัดส่วนรายได้/จำนวนห้องที่มาจากแต่ละช่องทาง เช่น direct, OTA (Booking/Agoda/Expedia), wholesale, corporate, group บอกว่ารายได้พึ่งช่องทางใดมากน้อยแค่ไหน
สัดส่วน Channel Mix ที่ดีควรเท่าไหร่?
ไม่มีเลขตายตัว ขึ้นกับระดับ/Segment แต่หลักการคือ อย่าให้ช่องทางใด (โดยเฉพาะ OTA) เกิน ~60% ของรายได้ ควรมี direct สัดส่วนพอควรเพราะกำไรสูงสุด และวัดด้วย net RevPAR ต่อช่องทาง ไม่ใช่ยอดห้อง
ลดการพึ่ง OTA ยังไง?
เปลี่ยนแขก OTA ให้กลับมาจองตรงครั้งหน้า ลงทุน Booking Engine + direct marketing รักษา Rate Parity และเพิ่มช่องทางอื่น (corporate/wholesale) เพื่อกระจายความเสี่ยง โดยยังใช้ OTA สร้างการมองเห็น
หมายเหตุ: ตัวเลขสัดส่วน/commission/net เป็นตัวอย่างประกอบ ปรับตามจริงของโรงแรมคุณ


GUSORNHAI · Hotel Revenue Management
Spread the love
Scroll to Top
English ↗