A man in a navy blazer and yellow shirt stands against a red background with Thai and English text discussing commission and distribution. The image promotes a blog by BoydWee on Gusornhai.com.

GUSORNHAIHotel Revenue Management
Revenue Management · Distribution

แขกที่เคยพักกับคุณ จองรอบหน้าผ่าน OTA — แล้วคุณจ่าย commission ซ้ำให้คนที่รู้จักโรงแรมคุณอยู่แล้ว

Direct Booking ไม่ได้แปลว่าต้องเลิก OTA — แต่แปลว่าหยุดจ่าย commission ในจุดที่ไม่ควรจ่ายตั้งแต่แรก

คำตอบสั้น

Direct Booking = การจองผ่านช่องทางของโรงแรมเอง (เว็บ/โทร/Walk-in/LINE) ต้นทุน ~3–8% เทียบ OTA 15–25% เพิ่มได้ด้วย 5 lever: Rate Parity, brand search, Booking Engine ที่จองง่าย, เหตุผลให้จองตรง และการเก็บแขก OTA มาเป็น repeat ตรง

แขกเจอโรงแรมคุณครั้งแรกบน OTA — คุณจ่าย commission ก้อนนั้นสมเหตุสมผล เพราะ OTA หาลูกค้าใหม่มาให้ แต่พอเขาประทับใจ กลับมาพักรอบสอง รอบสาม เขาเปิด OTA ค้นชื่อโรงแรมคุณ แล้วจองซ้ำที่เดิม — คราวนี้คุณจ่าย commission ก้อนเดิมอีก ทั้งที่เขารู้จักคุณอยู่แล้ว นั่นคือจุดที่ margin รั่วเงียบๆ และเป็นจุดที่ Direct Booking เข้ามาอุด

เป้าหมายที่ถูกต้องไม่ใช่ “เลิก OTA” — OTA คือ billboard ที่มี billboard effect ดึงคนมาค้นเว็บคุณต่อ และคุ้มที่จะจ่าย เป้าหมายจริงคือ เก็บ margin คืนจากการจองที่ไม่ควรเสีย commission ตั้งแต่แรก นี่คือ 5 lever ที่ทำได้จริง พร้อมเหตุผลว่าทำไม

5 lever เพิ่ม Direct Booking

1

Rate Parity — เว็บตัวเองห้ามแพงกว่า OTA

ถ้าราคาบนเว็บแพงกว่าหรือเท่ากับ OTA แขกไม่มีเหตุผลจะจองตรง ตรวจราคาทุก channel ให้ตรงกัน — ถ้าให้ดี เว็บตัวเองควรได้ราคาดีที่สุด เพราะคุณมี margin เหลือให้เล่นมากกว่า OTA

2

Brand search — ดักชื่อตัวเองบน Google

ลองค้นชื่อโรงแรมตอนนี้ สิ่งที่ขึ้นก่อนเว็บคุณมักเป็นหน้า OTA ที่ bid ชื่อคุณ คนตั้งใจหา “คุณ” แต่คลิกเข้า OTA แล้วคุณจ่าย commission แก้ด้วย Google brand ads (CPC มักถูกเพราะคู่แข่งน้อย) + SEO ให้เว็บติดอันดับชื่อตัวเอง

3

Website / Booking Engine — จองง่าย ลื่น เร็ว

ถ้าโหลดช้า ขั้นตอนเยอะ แขกเด้งกลับไป OTA ที่จองจบใน 3 คลิก เว็บคุณไม่ต้องสวยกว่า แต่ต้องจองจบเร็วพอกัน — มือถือลื่น โหลดไว ขั้นตอนน้อยสุด

4

เหตุผลให้จองตรง — สิ่งที่ OTA ให้ไม่ได้

ราคาเท่ากันแล้วทำไมต้องจองตรง? ต้องมีคำตอบ — member rate, free breakfast, late check-out, อัปเกรดเมื่อว่าง สิทธิ์เหล่านี้ผูกกับการจองตรงเท่านั้น OTA ให้ไม่ได้

5

Capture แขก OTA → ดึงเป็น repeat ตรง

แขกจาก OTA รอบแรก = ว่าที่ลูกค้า direct รอบหน้า ตอน check-in เก็บอีเมลจริง สร้างความประทับใจ หลังเช็คเอาท์สื่อสารต่อ ครั้งหน้าเขาจองตรง — จ่าย commission ครั้งเดียวตอนหาเขาเจอ ไม่ใช่ทุกครั้งที่กลับมา

ลองคิดเป็นตัวเลข

ห้อง 2,000 บาท/คืน จองผ่าน OTA หัก 18% = เสีย 360 บาท/คืน ถ้าแขกประทับใจ กลับมาพัก 3 คืน/ปี แล้วเปลี่ยนมาจองตรง = เก็บ margin คืนราว 1,080 บาท/แขก/ปี คูณด้วยจำนวน repeat guest ที่คุณมี — นั่นคือเงินที่เคยรั่วทาง commission โดยไม่จำเป็น (ตัวอย่างประกอบ ปรับตามจริง)

เริ่มจาก lever เดียวก่อนก็ได้

Direct Booking ไม่ใช่สงครามกับ OTA และไม่ใช่ปุ่มวิเศษที่กดแล้วยอดพุ่งข้ามคืน มันคือการจัดบ้านให้ถูก — ปล่อย OTA ทำหน้าที่ billboard หาคนใหม่ ส่วนคนที่รู้จักคุณแล้ว ค่อยๆ ดึงกลับมาช่องทางของคุณเอง เริ่มจากเช็ค Rate Parity วันนี้ หรือลองค้นชื่อโรงแรมตัวเองบน Google ดูว่าใครขึ้นก่อนเรา

โรงแรมคุณรั่ว margin ที่ lever ไหนมากสุด — Rate Parity, brand search, หรือ conversion บนเว็บ? คอมเมนต์บอกได้ เดี๋ยวมาช่วยกันหาจุดที่อุดได้เร็วที่สุดก่อน

คำถามที่พบบ่อย

Direct Booking คืออะไร?
การจองผ่านช่องทางของโรงแรมเอง (เว็บ, Booking Engine, โทร, Walk-in, LINE) ไม่ผ่านตัวกลางอย่าง OTA ต้นทุนต่อการจองต่ำกว่า (~3–8% เทียบ OTA ~15–25%)
ทำไม Direct Booking สำคัญกับโรงแรม?
เพราะ commission OTA (~15–25%) กิน margin ทุกการจอง โดยเฉพาะ repeat guest และคนที่ตั้งใจค้นชื่อโรงแรม ซึ่งรู้จักโรงแรมอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องจ่าย commission ซ้ำ เพิ่มสัดส่วน direct = เก็บ margin คืนตรงๆ
เพิ่ม direct โดยไม่เสีย visibility บน OTA ยังไง?
ไม่ต้องถอนจาก OTA — มองว่า OTA คือ billboard หาลูกค้าใหม่ (มี billboard effect ดึง traffic มาเว็บด้วย) ส่วน direct เก็บ margin จาก repeat + brand search ทำ Rate Parity, brand search, ปรับ Booking Engine, ให้เหตุผลจองตรง ให้สองช่องทางเสริมกัน
หมายเหตุ: ตัวเลขต้นทุน/commission และตัวอย่าง repeat guest เป็นตัวอย่างประกอบ ปรับตามจริงของโรงแรมคุณ


GUSORNHAI · Hotel Revenue Management
Spread the love
Scroll to Top
English ↗