Site icon ไม่มีใครสอน กูสอน-การตลาดโรงแรมยุคใหม่ Drive ด้วย Data

OTA vs Direct Booking ต้นทุนจริงต่อ Booking ต่างกันแค่ไหน

ภาพประกอบบทความ OTA vs Direct Booking ต้นทุนจริงต่อ Booking ต่างกันแค่ไหน

ขายเท่ากัน กำไรไม่เท่ากัน - ภาพประกอบบทความ Gusornhai

GUSORNHAI Hotel Comparison
Hotel Comparison

“Direct Booking ฟรี” คือความเข้าใจผิดที่แพงที่สุดในวงโรงแรม — มันถูกกว่า OTA จริง แต่ไม่ใช่ศูนย์

OTA คิด commission 15-25% ต่อ booking ส่วน Direct Booking มีต้นทุนแฝงอย่างค่าโฆษณาและ payment fee เทียบต้นทุนจริงต่อ booking ให้เห็นชัด พร้อมวิธีคิดแบบ Net

โดย BoydWee

คำตอบสั้น

OTA คิด Commission ราว 15-25% ต่อ booking (ในไทยบาง channel แตะ 18-20%) ซึ่งหักจากราคาห้องตรงๆ ส่วน Direct Booking ไม่มี commission แต่มีต้นทุนแฝง — ค่าโฆษณาดึงคนเข้าเว็บ, payment gateway fee ราว 2-3%, ค่า Booking Engine, และเวลาทีม โดยรวมต้นทุนจริงของ Direct Booking มักอยู่ที่ราว 5-12% ของราคาห้อง ซึ่งยังต่ำกว่า OTA อยู่มาก ประเด็นจึงไม่ใช่ “ตัด OTA ทิ้ง” แต่คือรู้ต้นทุนจริงของแต่ละช่องทางเพื่อจัด Channel Mix ให้กำไรสูงสุด

มีตัวเลขหนึ่งที่เจ้าของโรงแรมหลายคนดูแค่ครึ่งเดียว: ราคาห้องบนหน้าจอ ห้องราคา 2,000 บาทที่ขายผ่าน Agoda กับห้อง 2,000 บาทที่ลูกค้าจองตรงบนเว็บ — ดูเหมือนได้เงินเท่ากัน แต่ความจริงคือเงินที่ “เข้ากระเป๋าจริง” ต่างกันมาก และถ้าคุณวางแผน Channel Mix โดยมองแค่ราคาหน้าจอ คุณกำลังตัดสินใจบนตัวเลขที่ไม่จริง

บทความนี้จะแกะต้นทุนจริงต่อ booking ของทั้งสองฝั่งออกมาให้เห็นทีละชั้น แล้วชี้ว่าทำไม “ถูกกว่า” ไม่ได้แปลว่า “ฟรี” และทำไมการเข้าใจตรงนี้คือจุดเริ่มของการเพิ่มกำไรโดยไม่ต้องขึ้นราคา


ต้นทุนจริงต่อ booking: OTA vs Direct เทียบชั้นต่อชั้น

สมมติห้องราคา 2,000 บาท/คืน (ตัวเลขตัวอย่างประกอบ เพื่อให้เห็นโครงสร้างต้นทุน ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยตลาด) ตารางนี้แกะว่าเงินหายไปไหนบ้างในแต่ละช่องทาง:

รายการต้นทุน OTA (ผ่านคนกลาง) Direct Booking (จองตรง)
Commission 15-25% (เช่น ~18% = 360 บาท) 0 บาท
Payment gateway fee OTA จัดการให้ (รวมใน commission) ~2-3% (~40-60 บาท)
ค่าโฆษณา/ดึง traffic OTA แบกเอง ค่า Google Ads, metasearch, social (ผันผวนตามแคมเปญ)
ค่า Booking Engine ไม่มี subscription รายเดือน (เฉลี่ยต่อ booking ยิ่งจองเยอะยิ่งถูก)
เวลาทีม/Operations ต่ำ (OTA จัดการ funnel) สูงกว่า (ดูแลเว็บ, แคมเปญ, customer service)
ต้นทุนรวมโดยประมาณ ~15-25% ของราคาห้อง ~5-12% ของราคาห้อง

ข้อสรุปจากตาราง: Direct Booking ถูกกว่าจริง แต่ต้นทุนของมัน “กระจาย” อยู่ในหลายรายการที่มองไม่เห็นในใบเสร็จเดียว ขณะที่ OTA commission เป็นก้อนเดียวที่เห็นชัด คนเลยรู้สึกว่า OTA “แพงกว่าที่ควร” และ Direct “ฟรี” ทั้งที่ความจริงคือทั้งคู่มีต้นทุน แค่หน้าตาต่างกัน รายละเอียดโครงสร้าง commission ในไทยอ่านได้ที่ OTA commission ในไทย


ทำไม Direct Booking ถึงไม่เคยเป็นศูนย์

ความเข้าใจผิดที่ทำให้หลายโรงแรมตั้งเป้าผิดคือคิดว่า “ถ้าดัน Direct ได้ 100% ต้นทุนการกระจายจะเป็นศูนย์” — ไม่จริง เพราะคนที่จองตรงไม่ได้เดินเข้ามาเอง คุณต้องจ่ายเพื่อให้เขาเจอคุณ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง:

  • ค่าโฆษณา — Google Ads, metasearch อย่าง Google Hotel Ads, social media ล้วนมีต้นทุนต่อคลิกหรือต่อ booking
  • Payment fee — ทุกธุรกรรมบัตรมีค่าธรรมเนียม ~2-3% ที่ OTA เคยแบกให้
  • ต้นทุนระบบและคน — Booking Engine, การดูแลเว็บ, customer service เมื่อมีปัญหาการจอง

สิ่งที่ Direct Booking ให้ไม่ใช่ “ต้นทุนศูนย์” แต่คือ ความเป็นเจ้าของความสัมพันธ์กับลูกค้า — ข้อมูลลูกค้า, โอกาส upsell, การกลับมาซ้ำโดยไม่ต้องจ่าย commission รอบใหม่ นี่คือคุณค่าระยะยาวที่ commission ก้อนเดียวของ OTA วัดไม่ได้ วิธีดัน Direct Booking อย่างเป็นระบบอ่านได้ที่ increase Direct Booking


OTA ไม่ใช่ผู้ร้าย — มันคือช่องทางที่มีต้นทุนชัดเจน

ก่อนจะคิดตัด OTA ต้องยอมรับสิ่งที่มันให้: การมองเห็น (visibility) ระดับที่โรงแรมเดี่ยวสร้างเองไม่ได้ OTA แบกค่าการตลาดมหาศาลเพื่อดึงคนเข้า funnel แล้วส่ง booking มาให้คุณ commission ที่จ่ายคือ “ค่าเช่าการมองเห็น” นั้น

สำหรับโรงแรมใหม่ หรือโรงแรมในทำเลที่คนยังไม่รู้จัก OTA มักเป็นช่องทางที่ “ต้นทุนต่อ booking จริง” อาจถูกกว่าการลงทุนโฆษณาดึง Direct ด้วยซ้ำ เพราะคุณยังไม่มีฐานคนรู้จัก ประเด็นไม่ใช่ OTA ดีหรือไม่ดี แต่คือ OTA เหมาะกับโจทย์ไหน และ Direct เหมาะกับโจทย์ไหน — ทั้งสองอยู่ในภาพ Channel Mix เดียวกัน

ข้อควรระวังสำคัญ: Rate Parity ทำให้คุณตั้งราคา Direct ต่ำกว่า OTA แบบเปิดเผยไม่ได้ในหลายกรณี การดึง Direct จึงต้องเล่นที่ “คุณค่าเพิ่ม” (เช่น free breakfast, late checkout, member rate) ไม่ใช่แค่ตัดราคา


วิธีคิดที่ถูก: มองเป็น Net ต่อ booking ไม่ใช่ราคาหน้าจอ

หัวใจของบทความนี้คือเปลี่ยนวิธีมองตัวเลข แทนที่จะถามว่า “ราคาห้องเท่าไร” ให้ถามว่า “เงินเข้ากระเป๋าจริงต่อ booking เท่าไร” (Net Rate)

ตัวอย่างประกอบ: ห้อง 2,000 บาท ขายผ่าน OTA ที่ commission 18% → เข้าจริง ~1,640 บาท ห้องเดียวกันขายตรงที่ต้นทุนรวม ~8% → เข้าจริง ~1,840 บาท ส่วนต่าง ~200 บาทต่อ booking ฟังดูน้อย แต่คูณด้วยจำนวน booking ทั้งปีแล้วคือเงินก้อนใหญ่ที่หายไปเงียบๆ โดยไม่กระทบ ADR หรือ Occupancy บนกระดาษเลย

นี่คือเหตุผลที่การจัด Channel Mix ที่ดีเพิ่มกำไรได้โดยไม่ต้องขึ้นราคาแม้แต่บาทเดียว — คุณแค่ย้ายสัดส่วน booking ไปช่องที่ Net สูงกว่า ภาพรวมว่าแต่ละช่องทางส่งผลต่อ profitability ยังไงดูที่ hotel distribution และคำนิยาม Net Rate, Commission ดูที่ glossary


คำถามที่พบบ่อย

Direct Booking ต้นทุนต่ำกว่า OTA จริงไหม?
จริงในกรณีส่วนใหญ่ Direct Booking มักมีต้นทุนรวมราว 5-12% ของราคาห้อง (ค่าโฆษณา + payment fee + ระบบ) ขณะที่ OTA commission อยู่ที่ราว 15-25% แต่ Direct ไม่เคยเป็นศูนย์ เพราะต้องจ่ายเพื่อดึงคนเข้าเว็บและประมวลผลการชำระเงิน ตัวเลขจริงขึ้นกับประสิทธิภาพการตลาดของแต่ละโรงแรม
ถ้า Direct ถูกกว่า ควรตัด OTA ทิ้งเลยไหม?
ไม่แนะนำ OTA ให้การมองเห็นที่โรงแรมเดี่ยวสร้างเองยาก โดยเฉพาะโรงแรมใหม่หรือในทำเลที่คนยังไม่รู้จัก เป้าหมายที่สมเหตุสมผลกว่าคือจัด Channel Mix ให้สมดุล — ใช้ OTA ดึงลูกค้าใหม่ แล้วค่อยๆ เพิ่มสัดส่วน Direct จากลูกค้าที่กลับมาซ้ำ
Rate Parity ทำให้ตั้งราคา Direct ถูกกว่า OTA ไม่ได้ใช่ไหม?
ในหลายกรณีใช่ ข้อตกลง Rate Parity กับ OTA มักห้ามแสดงราคาตรงต่ำกว่าราคาบน OTA แบบเปิดเผย วิธีดึง Direct ที่ทำได้คือเสนอคุณค่าเพิ่ม เช่น free breakfast, late checkout, หรือ member-only rate ที่ไม่ถือเป็นการละเมิด parity แทนการตัดราคาตรงๆ
Spread the love
Exit mobile version