
การบินไทยยกเลิก 37 เที่ยวบิน: ห้องที่ขายไปแล้วจะเป็นรายได้หรือยอดคืนเงิน ขึ้นกับ no-show policy ของโรงแรม
ทำไมเที่ยวบินที่ถูกยกเลิกแต่ละเที่ยวคือห้องว่างที่ปลายทาง และทำไมการเก็บค่า no-show เต็มจำนวนอาจเสียมากกว่าได้
- The Nation รายงาน (29 ก.ย. 2569) ว่าการบินไทยยกเลิกเพิ่ม 37 เที่ยวบินช่วง 29 ก.ย.–1 ต.ค. รวมเที่ยวบินในประเทศ 7 เที่ยวในวันที่ 30 ก.ย. ไปภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น อุบล และอุดร
- ทุกเที่ยวบินที่หายไปคือแขกที่จองห้องไว้แล้วแต่มาไม่ถึง โรงแรมปลายทางจึงรับผลกระทบโดยที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมเลย
- ตัดสินใจวันนี้ว่าจะเลื่อนวันเข้าพักหรือเก็บค่า no-show และแยกห้องกลุ่มนี้ออกจากสถิติ no-show ปกติ
The Nation รายงานเมื่อค่ำวันที่ 29 กันยายน 2569 ว่าการบินไทยประกาศยกเลิกเที่ยวบินเพิ่มอีก 37 เที่ยว ระหว่าง 29 กันยายน ถึง 1 ตุลาคม ต่อจากรอบแรกที่ประกาศเช้าวันเดียวกัน ต้นเหตุคือน้ำท่วมกรุงเทพที่ทำให้พนักงานภาคพื้นดินเดินทางมาทำงานไม่ได้ จนกระเป๋าค้างที่สุวรรณภูมิและเที่ยวบินล่าช้าต่อเนื่อง คุณชาย เอี่ยมศิริ ซีอีโอการบินไทย ออกมาขอโทษผู้โดยสารและระบุว่ากำลังเพิ่มกำลังคนเพื่อเคลียร์กระเป๋าให้เร็วที่สุด
ข่าวทั้งหมดโฟกัสที่ผู้โดยสารที่ติดอยู่สนามบิน แต่มีอีกฝั่งที่ไม่มีใครพูดถึง ทุกที่นั่งที่หายไปคือห้องพักที่ขายไปแล้วในภูเก็ต เชียงใหม่ หรือขอนแก่น ซึ่งแขกจะมาไม่ถึงตามนัด โรงแรมเหล่านั้นไม่ได้เจอน้ำสักหยด แต่ต้องตัดสินใจภายในวันนี้ว่าจะทำยังไงกับห้องพวกนี้
▍ การบินไทยยกเลิกเที่ยวบินอะไรบ้าง และทำไมโรงแรมต่างจังหวัดต้องสนใจ?
ตามรายงานของ The Nation รอบที่ 2 แบ่งเป็นเส้นทางระหว่างประเทศ 5 เที่ยวในวันที่ 29 กันยายน วันที่ 30 กันยายนมีเส้นทางในประเทศ 7 เที่ยวและระหว่างประเทศ 21 เที่ยว และวันที่ 1 ตุลาคมมีเส้นทางยุโรปอีก 4 เที่ยว
ส่วนที่กระทบโรงแรมไทยตรงที่สุดคือเที่ยวบินในประเทศวันที่ 30 กันยายน ได้แก่ กรุงเทพ–ภูเก็ต 3 เที่ยว และกรุงเทพ–เชียงใหม่ ขอนแก่น อุบลราชธานี อุดรธานี อย่างละ 1 เที่ยว ก่อนหน้านั้นรอบแรกที่ The Star เผยแพร่ต่อจาก The Nation ก็มีเส้นทางขอนแก่นและภูเก็ตอยู่แล้ว การบินไทยยังเปิดเผยว่าวันที่ 28 กันยายนวันเดียวมีเที่ยวบินล่าช้า 34 เที่ยว
ลองนึกภาพ Front Office ที่ภูเก็ตบ่ายนี้ แขกหลายห้องจะไม่มาเช็กอิน และถ้าไม่มีใครรู้ว่าทำไม ระบบจะนับเป็น no-show อัตโนมัติ ถ้าเงื่อนไขการจองบอกว่าเก็บค่าคืนแรก บัตรเครดิตของแขกก็จะถูกตัดเงินในวันที่เขายังนั่งรอกระเป๋าอยู่ที่สุวรรณภูมิ
💡 BoydWee เห็นว่า — ห้องที่ขายไปแล้ว ยังไม่ใช่รายได้จนกว่าแขกจะมาถึง
ผมว่าหลายโรงแรมมองการจองที่ยืนยันแล้วเป็นรายได้ที่เก็บไว้ในกระเป๋าแล้ว แต่เหตุการณ์แบบนี้แสดงให้เห็นว่าห้องที่ขายไปแล้วยังเป็นแค่ “สัญญา” จนกว่าแขกจะเดินเข้าล็อบบี้ และโรงแรมมี 2 ทางเลือก ทางแรกคือเก็บค่า no-show ตามเงื่อนไข ได้เงินคืนเดียวทันที แต่เสี่ยงโดนแขกปฏิเสธการตัดบัตร รีวิวแย่ และเสียแขกคนนั้นไปตลอด ทางที่ 2 คือเลื่อนวันเข้าพักให้ ไม่ได้เงินวันนี้ แต่เก็บการจองทั้งทริปไว้ได้
เอาตรง ๆ ในเหตุการณ์ที่ความผิดไม่ได้อยู่ที่แขก ทางที่ 2 เกือบทุกครั้งคุ้มกว่า เพราะมูลค่าที่เลื่อนไปคือทั้งทริป ไม่ใช่แค่คืนแรก และช่วงปลายกันยายนถึงต้นตุลาคมยังเป็นช่วงก่อนฤดูท่องเที่ยวหลักที่โรงแรมส่วนใหญ่มีห้องว่างรองรับการเลื่อนวันได้สบาย
⏱ 3-6 เดือน: Front Office ต้องทำอะไรกับการจองของแขกที่เที่ยวบินถูกยกเลิก?
งานเร่งด่วนอยู่ใน 48 ชั่วโมงแรก ดึงรายชื่อแขกที่มีวันเข้าพัก 29 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม ที่ระบุเที่ยวบิน TG หรือเดินทางมาจากกรุงเทพ ติดต่อก่อนเวลาเช็กอิน แล้วเสนอเลื่อนวันแทนการตัดบัตร หลังจากนั้นให้ติดตามว่าแขกที่เลื่อนวันกลับมาพักจริงกี่ห้อง เพราะนั่นคือตัวเลขที่บอกว่านโยบายนี้ได้ผลหรือไม่
📅 6-12 เดือน: no-show ช่วงนี้จะบิดข้อมูล forecast ของปีหน้าอย่างไร?
นี่คือจุดที่คนมักลืม ถ้าไม่แยกห้องที่หายเพราะเที่ยวบินถูกยกเลิกออกจาก no-show ปกติ ข้อมูลช่วงนี้จะดูเหมือน no-show rate สูงผิดปกติ RMS หรือ Revenue Manager ที่ทำ forecast ปีหน้าอาจตั้ง overbooking มากเกินไปในช่วงเดียวกันของปี 2570 แล้วต้องย้ายแขกไปพักที่อื่นในวันที่ทุกอย่างปกติ ข้อมูลที่เก็บผิดวันนี้จะกลายเป็นการตัดสินใจผิดในอีก 12 เดือนข้างหน้า
🔭 2-3 ปี: โรงแรมที่พึ่งเส้นทางบินเดียวควรคิดเรื่องความเสี่ยงนี้อย่างไร?
ถ้าคุณเป็น GM ในขอนแก่น อุดร หรืออุบล ลองถามตัวเองว่าแขกกี่เปอร์เซ็นต์มาด้วยเที่ยวบินจากกรุงเทพ คำตอบนั้นคือขนาดของความเสี่ยงที่กระจุกอยู่ที่สนามบินเดียวและสายการบินไม่กี่ราย โรงแรมที่รู้ตัวเลขนี้จะเขียน cancellation policy ที่ระบุกรณีเหตุสุดวิสัยของการเดินทางไว้ล่วงหน้า แทนที่จะต้องตัดสินใจกันสด ๆ ทุกครั้งที่มีเหตุ
🧮 Scenario: เก็บค่า no-show หรือเลื่อนวัน
ตัวเลขทั้งหมดเป็นสมมติฐานเพื่อแสดงวิธีคิด ไม่ใช่ข้อมูลจริงของโรงแรมใด ทางเลือก A ยังไม่ได้หักความเสี่ยงที่แขกปฏิเสธการตัดบัตร หรือช่องทางการจองที่ยกเว้นค่าปรับให้แขก ส่วนทางเลือก B ขึ้นกับอัตราที่แขกกลับมาพักจริง ถ้ากลับมาเพียง 2 ใน 6 ห้อง ผลจะเท่ากับทางเลือก A ที่ 21,000 บาท ให้ใช้ตัวเลขจริงของโรงแรมคุณแทน
⚡ ประโยชน์สำหรับโรงแรมไทย — Action 3 ขั้น เริ่มได้วันนี้
- ขั้นที่ 1 — ดึงรายชื่อแขกที่เสี่ยงก่อนเที่ยงวันนี้ กรองการจองที่มีวันเข้าพัก 30 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม เทียบกับรายชื่อเที่ยวบินที่ถูกยกเลิก หรือแขกที่เดินทางมาจากกรุงเทพ แล้วส่งข้อความหาแขกก่อนที่เขาจะต้องโทรมาหาเรา
- ขั้นที่ 2 — เสนอเลื่อนวันก่อนพูดเรื่องค่าปรับ เสนอเลื่อนวันเข้าพักภายใน 60-90 วันโดยไม่มีค่าธรรมเนียม ใช้ราคาเดิม เก็บค่า no-show เฉพาะกรณีที่แขกไม่ตอบกลับและไม่มีหลักฐานว่าเที่ยวบินถูกยกเลิก สำหรับการจองผ่าน OTA ให้เช็กเงื่อนไขเหตุสุดวิสัยของแต่ละเจ้าก่อนตัดสินใจ
- ขั้นที่ 3 — ติดรหัสใน PMS แยกจาก no-show ปกติ บันทึกการจองเหล่านี้ด้วยรหัส force majeure หรือ airline disruption เพื่อไม่ให้ no-show rate ของช่วงนี้บิด forecast และ overbooking ของปีหน้า
คำถามจริงของสัปดาห์นี้จึงไม่ใช่ว่าเราจะเก็บเงินจากห้องที่ว่างได้เท่าไหร่ แต่คือเราอยากเป็นโรงแรมที่ตัดบัตรแขกในวันที่เขายังรอกระเป๋าอยู่ที่สนามบิน หรือเป็นโรงแรมที่ส่งข้อความไปถามก่อนว่า “เลื่อนมาเมื่อไหร่ดีครับ”
และอย่าลืมว่า The Nation รายงานอีกข่าวในวันเดียวกันว่ากรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าจะมีฝนตกหนักทั่วประเทศอีกรอบช่วง 5-10 ตุลาคม ถ้าเขียนนโยบายไว้ตอนนี้ รอบหน้าจะไม่ต้องตัดสินใจใหม่ตั้งแต่ต้น
แหล่งข่าวประกอบ: Thai Airways cancels flights amid baggage crisis — The Star / The Nation/ANN () · Thai Met Dept Issues Flood Warnings Ahead of New October Downpours — The Nation ()
ถ้ากำลังตัดสินใจเรื่องห้องของแขกที่เที่ยวบินถูกยกเลิกอยู่ตอนนี้ — ทักมาคุยกันได้เลย


