ภาพประกอบบทความ Net RevPAR คืออะไร ต่างจาก RevPAR ยังไง ฉบับโรงแรมไทย

GUSORNHAI Hotel Comparison
Hotel Comparison

RevPAR ของคุณอาจดูดีขึ้นทุกเดือน ทั้งที่เงินเข้ากระเป๋าจริงกำลังลดลง — Net RevPAR คือตัวที่จับความจริงนี้ได้

Net RevPAR คือ RevPAR ที่หักต้นทุนการกระจายอย่าง commission และ payment fee ออกแล้ว สะท้อนรายได้ที่เข้ากระเป๋าจริง ตารางเทียบ RevPAR vs Net RevPAR ให้เห็นชัด

โดย BoydWee

คำตอบสั้น

Net RevPAR คือ RevPAR ที่หัก “ต้นทุนการกระจาย” (distribution cost) ออกแล้ว — ได้แก่ OTA commission, payment gateway fee, และค่าใช้จ่ายในการได้มาซึ่ง booking ขณะที่ RevPAR ทั่วไปดูแค่รายได้ห้องพักต่อห้องที่มี โดยไม่สนว่ารายได้นั้นมาด้วยต้นทุนเท่าไร Net RevPAR จึงสะท้อน “รายได้ห้องพักที่เข้ากระเป๋าจริง” ความสำคัญคือ RevPAR สองโรงแรมที่เท่ากันอาจมี Net RevPAR ต่างกันมาก ถ้าโรงแรมหนึ่งพึ่ง OTA หนักกว่า — Net RevPAR จึงเผยให้เห็นว่า Channel Mix ของคุณกำลังกินกำไรอยู่หรือเปล่า

มีปรากฏการณ์หนึ่งที่อันตรายเพราะมันดูดีบนรายงาน: RevPAR ขยับขึ้นทุกเดือน ทีมดีใจ เจ้าของพอใจ — แต่พอสิ้นปีกำไรกลับไม่โตตาม บางทีหดด้วยซ้ำ คำอธิบายมักซ่อนอยู่ในที่ที่ RevPAR มองไม่เห็น: คุณได้ RevPAR ที่สูงขึ้นมาด้วยการพึ่ง OTA หนักขึ้น ซึ่งแปลว่าทุกบาทของรายได้ที่เพิ่ม ถูก commission กินไปมากขึ้นเรื่อยๆ

บทความนี้จะอธิบายว่า Net RevPAR ต่างจาก RevPAR ตรงไหน หักอะไรบ้าง และทำไมโรงแรมที่ดูแค่ RevPAR อาจกำลังฉลองตัวเลขที่ไม่ได้แปลว่ากำไร


RevPAR vs Net RevPAR: หักอะไร สะท้อนอะไร

ทั้งสองตัวเริ่มจากรายได้ห้องพักเหมือนกัน แต่ Net RevPAR เดินต่ออีกขั้นด้วยการหักต้นทุนการกระจายออก ตารางนี้เทียบให้เห็นชัด:

ประเด็นRevPARNet RevPAR
สูตรพื้นฐานรายได้ห้องพัก ÷ ห้องทั้งหมดที่มี(รายได้ห้องพัก − ต้นทุนการกระจาย) ÷ ห้องทั้งหมดที่มี
หักอะไรออกไหมไม่หัก — ดูรายได้ดิบหัก OTA commission, payment fee, ต้นทุนได้มาซึ่ง booking
สะท้อนอะไร“ใช้ห้องที่มีทำรายได้ได้ดีแค่ไหน”“รายได้ห้องพักที่เข้ากระเป๋าจริงหลังหักค่ากระจาย”
จุดบอดมองไม่เห็นว่าได้รายได้มาด้วยต้นทุนเท่าไรยังไม่รวมต้นทุนดำเนินงานอื่น (นั่นคือหน้าที่ GOPPAR)
ใช้เทียบอะไรได้ดีbenchmark กับคู่แข่ง (มาตรฐานอุตสาหกรรม)คุณภาพของ Channel Mix และผลกระทบของ OTA dependency

จุดที่ต้องเห็นจากตาราง: RevPAR ตอบว่า “ขายได้เท่าไร” ส่วน Net RevPAR ตอบว่า “เก็บไว้ได้เท่าไรหลังจ่ายค่าช่องทาง” สองคำถามนี้ต่างกันมาก และความต่างของมันคือที่ที่กำไรหายไปเงียบๆ ทบทวนพื้นฐาน RevPAR ก่อนได้ที่ RevPAR explained


ทำไม RevPAR เพียวๆ ถึงหลอกได้

RevPAR เป็นตัวชี้วัดที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเทียบกับคู่แข่ง เพราะมันเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมที่ทุกโรงแรมคำนวณเหมือนกัน แต่จุดอ่อนของมันคือ มันไม่สนต้นทุน รายได้ 1,000 บาทจากห้องที่ขายตรง กับ 1,000 บาทจากห้องที่ขายผ่าน OTA commission 20% — RevPAR มองเป็นเงินเท่ากัน ทั้งที่เงินจริงที่เข้ากระเป๋าต่างกัน 200 บาท

นี่คือเหตุผลที่โรงแรมสองแห่งที่มี RevPAR เท่ากันเป๊ะ อาจมีสุขภาพการเงินคนละเรื่อง ถ้าโรงแรม A ขายผ่าน Direct 60% ส่วนโรงแรม B ขายผ่าน OTA 90% — Net RevPAR ของ A จะสูงกว่าชัดเจน ทั้งที่ RevPAR เท่ากัน RevPAR บอกว่าทั้งคู่ “ขายเก่งพอกัน” แต่ Net RevPAR บอกว่า A “ทำกำไรเก่งกว่า”


ต้นทุนการกระจายคืออะไรบ้าง

ส่วนที่ Net RevPAR หักออกไปคือทุกอย่างที่คุณจ่ายเพื่อ “ได้มาซึ่ง booking นั้น”:

  • OTA commission — ก้อนใหญ่ที่สุดสำหรับโรงแรมที่พึ่ง OTA โดยทั่วไป 15-25% ของราคาห้อง รายละเอียดโครงสร้างในไทยดูที่ OTA commission ในไทย
  • Payment gateway fee — ค่าธรรมเนียมธุรกรรมบัตร ราว 2-3% ต่อ booking
  • ต้นทุนได้มาซึ่ง booking ฝั่ง Direct — ค่าโฆษณา, metasearch, ค่าระบบ Booking Engine (บางนิยามรวม, บางนิยามแยก)

จุดสำคัญคือ commission ไม่ใช่ค่าคงที่ — มันแปรผันตาม Channel Mix โดยตรง ยิ่งสัดส่วน OTA สูง ต้นทุนการกระจายต่อ booking ยิ่งหนัก และ Net RevPAR ยิ่งห่างจาก RevPAR นี่คือเหตุผลที่ Net RevPAR เป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการมองเห็นว่า OTA dependency กำลังกินกำไรของคุณแค่ไหน วิธีจัดสัดส่วนช่องทางให้สมดุลอ่านได้ที่ Channel Mix


Net RevPAR ยังไม่ใช่ปลายทาง: ก้าวต่อไปคือ TRevPAR

Net RevPAR แก้จุดบอดเรื่องต้นทุนการกระจายของ RevPAR ได้ แต่มันยังโฟกัสแค่ “รายได้ห้องพัก” เท่านั้น โรงแรมจริงทำเงินจากหลายทาง — อาหาร เครื่องดื่ม สปา ห้องประชุม ฯลฯ ตัวที่มองรายได้รวมทั้งหมดต่อห้องที่มีคือ TRevPAR (Total Revenue Per Available Room)

ลำดับการมองที่สมเหตุสมผล: RevPAR ดูรายได้ห้องดิบ → Net RevPAR หักต้นทุนการกระจายเพื่อดูรายได้ห้องที่เก็บได้จริง → TRevPAR ขยายภาพให้รวมรายได้ทุกแผนก แต่ละตัวตอบคำถามที่ลึกขึ้นทีละขั้น ไม่มีตัวไหนแทนอีกตัวได้ทั้งหมด คำนิยามครบทุกตัวดูที่ glossary


สรุป: ใช้ Net RevPAR เมื่อไหร่

  • ใช้ RevPAR เมื่อเทียบ performance กับคู่แข่งหรือ benchmark ตลาด เพราะเป็นมาตรฐานร่วม
  • ใช้ Net RevPAR เมื่ออยากรู้ว่า Channel Mix ปัจจุบันทำให้คุณเก็บรายได้ได้จริงแค่ไหน และ OTA dependency กระทบกำไรเท่าไร
  • ก้าวไป TRevPAR เมื่ออยากเห็นภาพรายได้รวมทุกแผนก ไม่ใช่แค่ห้องพัก

หลักที่อยากให้ติดตัว: RevPAR ที่ขึ้นไม่ได้แปลว่ากำไรขึ้นเสมอไป ก่อนฉลองตัวเลข RevPAR เดือนนี้ ลองหักต้นทุนการกระจายดูสักครั้ง ถ้า Net RevPAR ไม่ขึ้นตาม นั่นคือสัญญาณว่า growth ของคุณกำลังถูก commission กิน — และนั่นคือโจทย์ที่แก้ได้ด้วยการปรับ Channel Mix ไม่ใช่การขึ้นราคา


คำถามที่พบบ่อย

Net RevPAR คำนวณยังไง?
เริ่มจากรายได้ห้องพักทั้งหมด หักต้นทุนการกระจายออก (OTA commission + payment fee + ต้นทุนได้มาซึ่ง booking) แล้วหารด้วยจำนวนห้องทั้งหมดที่มี ผลลัพธ์คือรายได้ห้องพักที่เข้ากระเป๋าจริงต่อห้องที่มี ต่างจาก RevPAR ที่ใช้รายได้ดิบโดยไม่หักต้นทุนใดๆ
ทำไม RevPAR ขึ้นแต่กำไรไม่ขึ้น?
สาเหตุที่พบบ่อยคือ RevPAR ที่เพิ่มมาจากการพึ่ง OTA หนักขึ้น ทำให้ commission กินสัดส่วนรายได้มากขึ้น RevPAR มองไม่เห็นต้นทุนนี้ จึงดูดีทั้งที่เงินจริงเข้าน้อยลง Net RevPAR จะจับความต่างนี้ได้ เพราะมันหักต้นทุนการกระจายออกก่อน
Net RevPAR กับ TRevPAR ต่างกันยังไง?
Net RevPAR ดูรายได้ “ห้องพัก” หลังหักต้นทุนการกระจาย ส่วน TRevPAR ดูรายได้ “รวมทุกแผนก” (ห้องพัก + อาหาร + สปา + อื่นๆ) ต่อห้องที่มี Net RevPAR ตอบเรื่องคุณภาพ Channel Mix ส่วน TRevPAR ตอบเรื่องว่าโรงแรมทำเงินจากแขกแต่ละคนได้รอบด้านแค่ไหน
Spread the love
Scroll to Top
English ↗