ภาพประกอบบทความ Distribution Cost โรงแรม — คำนวณต้นทุนต่อ channel จริง

GUSORNHAI Distribution
Distribution

โรงแรมรู้ commission OTA แต่ถ้าบวกต้นทุนแฝงเข้าไปด้วย channel ที่ดูถูกกว่าบางทีแพงกว่าจริง

Distribution Cost คืออะไร วิธีคำนวณต้นทุนจริงต่อ channel ครอบคลุม commission, fee, CPA เพื่อเปรียบเทียบ OTA vs Direct Booking อย่างแม่นยำ

โดย BoydWee

คำตอบสั้น

Distribution Cost คือต้นทุนรวมที่โรงแรมจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งการจองหนึ่งครั้ง ครอบคลุมทั้ง OTA Commission หรือ fee ที่จ่ายให้ channel, transaction/payment fee, และ Cost per Acquisition จากค่าการตลาดที่ใช้ดึงลูกค้า ต้นทุนนี้ต่างกันมากแต่ละ channel และถ้าไม่คำนวณครบทุกส่วน การตัดสินใจเรื่อง Channel Mix จะผิดพลาดได้


Distribution Cost คืออะไร — นิยามที่ครบกว่า “commission”

เวลาพูดถึงต้นทุนการขายห้องพัก คนส่วนใหญ่นึกถึง commission OTA — และหยุดแค่นั้น

แต่ Distribution Cost ที่แม่นยำต้องประกอบด้วย 3 ส่วน:

ส่วนที่ 1: Commission / Fee ที่จ่ายให้ channel
Commission ที่ OTA เช่น Agoda หรือ Booking.com หักจากยอดจอง หรือ fee subscription ที่จ่ายให้ channel manager/metasearch ส่วนนี้มักชัดเจนที่สุดในใบแจ้งยอด ตัวเลขที่แน่นอนขึ้นอยู่กับสัญญาและโปรแกรมที่โรงแรมเข้าร่วม — ต้องเช็คสัญญาของตัวเอง

ส่วนที่ 2: Transaction / Payment Fee
ค่าธรรมเนียมการประมวลผลการชำระเงิน ไม่ว่าจะผ่าน payment gateway ของ OTA หรือของโรงแรมเอง ในกรณี Direct Booking ส่วนนี้ตกเป็นต้นทุนของโรงแรมโดยตรง OTA บางเจ้ารวมส่วนนี้ไว้ใน commission แล้ว บางเจ้าแยกออกมา ต้องอ่านสัญญาให้ชัด

ส่วนที่ 3: Cost per Acquisition (CPA) — ต้นทุนแฝงที่ถูกมองข้ามบ่อยที่สุด
ค่าการตลาดที่ใช้ดึงแขกให้มาจองผ่าน channel นั้น ในฝั่ง Direct Booking หมายถึงค่า Google Hotel Ads, Meta Ads, ค่า email marketing, หรือค่า SEO/content ที่ต้องลงทุน ส่วน OTA ก็มี CPA แฝงในรูปของค่าเข้าร่วมโปรแกรม Visibility หรือ Preferred Partner ที่บางเจ้ากำหนดเงื่อนไขเพิ่ม

รู้จัก 3 ส่วนนี้ก่อน แล้วค่อยดูตัวอย่างตัวเลขด้านล่าง — อ่านเพิ่มเรื่องโครงสร้าง OTA Commission ได้ที่ OTA Commission ในไทย


ตัวอย่างการคำนวณ Distribution Cost ต่อ channel

ตัวอย่างด้านล่างใช้ ราคาขาย 3,000 บาทต่อคืน (ตัวอย่างประกอบ) เพื่อให้เห็นภาพชัดว่าต้นทุนแต่ละส่วนสะสมอย่างไรใน 3 channel หลัก ตัวเลข commission และ fee ในตารางเป็นค่าสมมติเพื่อการคำนวณ — โรงแรมต้องแทนด้วยตัวเลขจริงจากสัญญาของตัวเอง

รายการต้นทุนOTA AOTA BDirect Booking
ราคาขาย (บาท)3,0003,0003,000
Commission / Fee15% = 450 บาท18% = 540 บาท0 บาท
Transaction Feeรวมใน commissionรวมใน commission2.5% = 75 บาท
CPA (การตลาด)1.5% = 45 บาท0% = 0 บาท5% = 150 บาท
Distribution Cost รวม495 บาท (16.5%)540 บาท (18%)225 บาท (7.5%)
รายได้สุทธิ2,505 บาท2,460 บาท2,775 บาท

(ตัวอย่างประกอบทั้งหมด — ตัวเลขจริงขึ้นอยู่กับสัญญาและค่า marketing ของแต่ละโรงแรม)

ข้อสังเกตจากตาราง:

  • Direct Booking ไม่ได้ “ฟรี” — มี transaction fee และ CPA จากการตลาดที่ต้องนับด้วย
  • OTA B ดูเหมือนมี CPA ต่ำกว่า (เพราะ OTA ลงทุน visibility ให้เอง) แต่ commission สูงกว่า
  • รายได้สุทธิจริงของ Direct Booking สูงกว่า OTA ราว 270-315 บาทต่อห้องต่อคืน (ตัวอย่างประกอบ) แต่ได้รายได้สุทธินั้นต่อเมื่อลงทุน marketing พอเพียง

นี่คือเหตุผลที่ต้องเปรียบเทียบด้วย Distribution Cost รวม ไม่ใช่แค่ commission ตัวเดียว


Net RevPAR — ตัวเลขที่บอกความจริงกว่า ADR เปล่า

ADR บอกว่าโรงแรมตั้งราคาเท่าไหร่ แต่ไม่ได้บอกว่าโรงแรมได้เงินจริงเท่าไหร่หลังหักต้นทุน distribution

Net RevPAR คือ Revenue Per Available Room หลังหัก Distribution Cost แล้ว — เป็นตัวเลขที่สะท้อนรายได้ที่โรงแรมถือไว้จริง ไม่ใช่ยอดจองที่ผ่านมือ OTA ไปก่อน

ตัวอย่าง (ตัวอย่างประกอบ): โรงแรม 50 ห้อง ADR 3,000 บาท Occupancy 70%

  • RevPAR = 3,000 × 70% = 2,100 บาท
  • ถ้า Channel Mix คือ OTA 80% / Direct 20% และ Distribution Cost เฉลี่ย 15%
  • Net RevPAR ≈ 2,100 × (1 − 0.12) = ประมาณ 1,848 บาท (weighted average ตามสัดส่วน channel)

เปลี่ยน Channel Mix เป็น OTA 60% / Direct 40% โดยยัง maintain Occupancy ได้ — Net RevPAR จะขยับขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่ม ADR เลย

อ่านรายละเอียดการใช้ Net RevPAR เปรียบเทียบ channel ได้ที่ Net RevPAR vs RevPAR และดูคำจำกัดความทั้งหมดได้ที่ Glossary


Channel Mix กับ Distribution Cost — ใช้ข้อมูลนี้ยังไงให้ได้กลยุทธ์จริง

Distribution Cost analysis ไม่ได้มีไว้เพื่อ “ตัด OTA ออก” แต่มีไว้เพื่อตัดสินใจ Channel Mix อย่างมีข้อมูล

โรงแรมที่ทำถูกต้องจะมองแต่ละ channel เป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตโฟลิโอ ไม่ใช่คู่แข่งกัน:

  • Agoda และ Booking.com มี traffic สูง เข้าถึงแขกที่ยังไม่รู้จักโรงแรม แต่ Distribution Cost สูง — เหมาะสำหรับ fill rate ช่วง low season หรือดึงแขกใหม่ที่ยังไม่มี loyalty
  • Google Hotel Ads เป็น metasearch ที่เก็บค่า CPC (pay-per-click) แทน commission ต่อห้อง ต้นทุนขึ้นกับ conversion rate ของเว็บโรงแรม — ถ้าเว็บดีและ Direct Booking flow ราบรื่น CPA อาจต่ำกว่า OTA
  • Direct Booking มี Distribution Cost ต่ำสุดในระยะยาว แต่ต้องลงทุน marketing และ user experience ก่อน ไม่ใช่ “ฟรี” ตั้งแต่ต้น

เป้าหมายไม่ใช่ channel ไหน “ดี” แต่คือ Channel Mix ไหนที่ให้ Net RevPAR สูงสุดสำหรับโรงแรมของคุณในบริบทปัจจุบัน — อ่านต่อได้ที่ Channel Mix และ เพิ่ม Direct Booking


วิธีเริ่มคำนวณ Distribution Cost ของโรงแรมคุณ

ไม่ต้องมีระบบใหญ่โต เริ่มได้จาก 4 ขั้นตอนนี้:

ขั้นที่ 1: รวบรวม invoice และ statement ย้อนหลัง 3 เดือน
ดูใบแจ้งยอดจาก OTA แต่ละเจ้า — commission ที่หัก, fee เพิ่มเติม (ถ้ามี), และค่าโปรแกรม Preferred/Visibility ที่เสียไป

ขั้นที่ 2: คำนวณ transaction/payment fee
เช็ค statement จาก payment gateway ที่ใช้สำหรับ Direct Booking รวมค่าธรรมเนียมทุกรายการ แล้วหารด้วยจำนวน Direct Booking ในช่วงเดียวกัน

ขั้นที่ 3: บวก marketing spend ต่อ channel
ค่า Google Hotel Ads, Meta Ads, หรือ SEO/content ที่จ่ายไปในช่วง 3 เดือน หารด้วยจำนวน Direct Booking ที่ได้มา = CPA ต่อ booking

ขั้นที่ 4: คำนวณ Distribution Cost % ต่อ channel
(Commission + Transaction Fee + CPA) ÷ ADR = Distribution Cost %
นำตัวเลขนี้มาเปรียบเทียบข้าม channel แล้วดูว่า Channel Mix ปัจจุบันส่งผลต่อ Net RevPAR อย่างไร


คำถามที่พบบ่อย

Direct Booking มี Distribution Cost ไหม?
มี — Direct Booking ไม่ได้ฟรี ต้นทุนหลักคือ transaction/payment fee จาก payment gateway (ทั่วไปอยู่ที่ 1.5–3% ขึ้นกับ provider) และ Cost per Acquisition จากการตลาดที่ใช้ดึงแขก เช่น Google Hotel Ads, SEO, หรือ email campaign ความต่างคือ Distribution Cost ของ Direct Booking มักต่ำกว่า OTA ในระยะยาว เมื่อโรงแรม build loyalty และ repeat booking ได้ แต่ช่วงแรกที่ยังไม่มีฐาน CPA อาจสูงกว่าที่คิด
ควรเปรียบเทียบ channel ด้วย metric อะไร?
ใช้ Net RevPAR หรือ Net Revenue per Booking เป็นตัวหลัก ไม่ใช่แค่ ADR หรือจำนวน booking เพราะ channel ที่มี booking เยอะกว่าอาจให้รายได้สุทธิน้อยกว่า ถ้า Distribution Cost สูงกว่ามาก อ่านเพิ่มที่ Net RevPAR vs RevPAR และ Glossary
channel ที่มี commission สูงจำเป็นต้องตัดออกไหม?
ไม่จำเป็นเสมอไป — channel ที่ commission สูงอาจยังคุ้มค่าถ้า (1) ดึงแขกกลุ่มที่ Direct Booking เข้าถึงไม่ได้ (2) ช่วย fill Occupancy ช่วง low demand โดยไม่มีทางเลือกอื่น หรือ (3) มี conversion rate สูงจนค่าเฉลี่ย CPA จริงยังต่ำกว่า channel อื่น การตัดสินใจควรอิงข้อมูล Distribution Cost จริง ไม่ใช่แค่ตัวเลข commission ที่เห็นในสัญญา
Spread the love
Scroll to Top
English ↗